เมื่อ Ubuntu เข้า Emergency mode

วันนี้เปิดคอมมาทำงาน อยู่ดีๆก็เข้าไม่ได้ Ubuntu ก็เข้า Emergency mode ซะงั้น

รูปหน้าจอที่ Ubuntu เข้า Emergency mode credit: http://askubuntu.com/questions/646414/welcome-to-emergency-mode-think-it-is-a-fsck-problem/

ตอนแรกก็ทำตามขั้นตอนในหน้าจอนะ เปิด log แล้ว restart ใหม่ ก็ไม่หาย เลยต้องหาวิธีแก้ซะแล้วล่ะ

ก็ไปเจอใน Ask Ubuntu เค้าก็โดนแบบนี้เหมือนกัน (เข้าไปที่นี่เลย “Welcome to emergency mode!” Think it is a fsck problem )

Best Answer ในนั้น ดูๆ ไป ก็ยากๆ เนอะ เลื่อนลงมาอีกนิดนึง ก็มีคนที่ลง Dual Boot Windows 10 + Ubuntu เหมือนกันกับผมเลย เป็นปัญหาที่ Partition NTFS ครับ ก็เลยลองใช้ คำสั่ง sudo ntfsfix /dev/sda3 ตามที่เค้าบอกมา แล้วก็หายครับ โชคดีที่เป็นปัญหาที่ Partition เดียวกัน ^^

Continue Reading

แก้ไขปัญหาอัพเดท Ubuntu 14.04 ไม่ได้

Ubuntu 14.04 บนเครื่องผมมันเกิดอัพเดทไม่ได้ขึ้นมา… จะบอกว่า อัพเดทไม่ได้มาเป็นเดือนแล้วล่ะ T-T

ที่ด้านบนหน้าจอมันจะขึ้นเตือนให้อัพเดท Ubuntu ตลอดเลย พอกด check updates แต่ละทีก็ไม่ได้ทุกที มันขึ้นแบบนี้อ่ะ

Failed to download repository information
Failed to download repository information

แล้วลองเปลี่ยน Server ที่ไว้อัพเดทดู ก็ไม่ได้ซักที

Software and Updates
Software and Updates

จริงๆ มันมีข้อสังเกตอยู่ที่ update manager มันหา package ไม่เจอ

W: Failed to fetch http://archive.canonical.com/ubuntu/dists/trusty/partner/binary-amd64/Packages  404  Not Found

W: Failed to fetch http://archive.canonical.com/ubuntu/dists/trusty/partner/binary-i386/Packages  404  Not Found

W: Failed to fetch http://security.ubuntu.com/ubuntu/dists/trusty-security/main/binary-amd64/Packages  404  Not Found

W: Failed to fetch http://security.ubuntu.com/ubuntu/dists/trusty-security/universe/binary-amd64/Packages  404  Not Found

W: Failed to fetch http://security.ubuntu.com/ubuntu/dists/trusty-security/main/binary-i386/Packages  404  Not Found

W: Failed to fetch http://security.ubuntu.com/ubuntu/dists/trusty-security/universe/binary-i386/Packages  404  Not Found

W: Failed to fetch http://archive.ubuntu.com/ubuntu/dists/trusty/main/binary-amd64/Packages  404  Not Found

W: Failed to fetch http://archive.ubuntu.com/ubuntu/dists/trusty/universe/binary-amd64/Packages  404  Not Found

W: Failed to fetch http://archive.ubuntu.com/ubuntu/dists/trusty/main/binary-i386/Packages  404  Not Found

W: Failed to fetch http://archive.ubuntu.com/ubuntu/dists/trusty/universe/binary-i386/Packages  404  Not Found

W: Failed to fetch http://dl.google.com/linux/chrome/deb/dists/stable/main/binary-amd64/Packages  404  Not Found

W: Failed to fetch http://dl.google.com/linux/chrome/deb/dists/stable/main/binary-i386/Packages  404  Not Found

W: Failed to fetch http://archive.ubuntu.com/ubuntu/dists/trusty-updates/main/binary-amd64/Packages  404  Not Found

W: Failed to fetch http://archive.ubuntu.com/ubuntu/dists/trusty-updates/universe/binary-amd64/Packages  404  Not Found

W: Failed to fetch http://archive.ubuntu.com/ubuntu/dists/trusty-updates/main/binary-i386/Packages  404  Not Found

W: Failed to fetch http://archive.ubuntu.com/ubuntu/dists/trusty-updates/universe/binary-i386/Packages  404  Not Found

W: Failed to fetch http://dl.google.com/linux/talkplugin/deb/dists/stable/main/binary-amd64/Packages  404  Not Found

W: Failed to fetch http://dl.google.com/linux/talkplugin/deb/dists/stable/main/binary-i386/Packages  404  Not Found

E: Some index files failed to download. They have been ignored, or old ones used instead.

มันจะไปหาที่ http://archive.canonical.com/ubuntu/dists/trusty/partner/binary-amd64/Packages ตลอด ซึ่งลองเข้าบน web browser ก็ไม่มีจริงๆน่ะแหละ แต่พอเข้าไปที่ http://archive.canonical.com/ubuntu/dists/trusty/partner/binary-amd64/ ก็จะเจอไฟล์ชื่อ Packages.gz ซึ่งก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมมันไม่ดาวน์โหลดกับไฟล์นี้นะ


หลังจากหาอยู่นาน ถึงขนาดไปถามบน ubuntuclub ด้วยนะ  … ไม่มีใครแก้ปัญหาได้หรอก

ไปเจอ AptGet/Howto แล้วดูในส่วน APT configuration file method จะเจอไฟล์ /etc/apt/apt.conf ก็เลยลองหาดูครับ

แล้วก็เจอ!! ไปตั้ง proxy ไว้จริงๆน่ะแหละ ตามข้างล่างนี้เลย

Acquire::http::proxy "http://103.246.18.11:80/";

ทีนี้ก็คอมเม้นท์ออกสิครับ แล้วลอง sudo apt-get update ใหม่อีกที แล้วก็….. ติดแล้วครับ ! แก้ได้แล้ววว!!

จบ…

Continue Reading

Vim ช้าเพราะใช้ Memory มากเกินไป (Solved ^_^)

Vim ในเครื่องผมเกิดช้าในขณะที่ผมกำลังจะแก้ไขงาน Programming ที่ทำอยู่ โดยที่มันเกิดช้าขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ โดยหลังจากที่ผมงมอยู่ตั้งนาน ก็ถึงรู้ว่าทำไม Vim ของผมถึงช้า

Vim ช้า: อาการผิดปกติ

2011-09-13
Vim ในคอมพิวเตอร์ของผมเปิดได้ช้ามาก ใช้เวลาเป็นนาที แล้วผมก็ลองใช้ vi -X ก็พอช่วยได้บ้าง แต่ตัวโปรแกรมเองก็ยังช้าอยู่ อีกทั้งเวลาปิด Vim ก็ช้ามาก
ผมได้ลองปิด OpenGL ใน Compiz แล้วก็ไม่ได้เรื่อง เลยต้องเปิดชึ้นมาอีก
คราวนี้ก็เกิดปัญหาใหญ่ครับ ผมเปิดโปรแกรมไม่ขึ้นเลย แถมเครื่องช้าอีกต่างหาก ช้ามากจริงๆ ทำอะไรไม่ได้เลยต้องปิดเครื่องอย่างเดียว
เมื่อดู Process ใน top ก็เลยเห็นข้อมูลอย่างนึงคือ vi ใช้ RAM ไปถึง 60% แน่ะ -_-‘
ค้นไปค้นมา เห็นบอกให้ใช้ vi –startuptime vim.log ก็ไม่ได้เรื่อง เพราะเครื่องอืดไปเลย
ใช้ strace vi ก็มีอาการบางอย่างปรากฎก็คือ โปรแกรมไปติดลูป มันเลยไม่ขึ้นซักที แถมยังใช้ RAM เยอะเลย -_-“”
ใน strace vi ที่ขึ้นมา โปรแกรมจะไฟล์ชื่อ ld.so.nohwcap แต่หาไม่เจอ แล้วก็มีอย่างอื่นด้วย T-T


2011-09-14
เดี๋ยววันนี้ผมจะลอง uninstall vim แล้วลงใหม่ ได้เรื่องยังไงจะมาบอกกันอีกทีครับ -_-“

   2011-09-14 12:32 PM
ลองเอาออกแล้วลงใหม่แล้วครับ ยังเหมือนเดิม T-T ผมเลยเก็บภาพมาให้ดูกัน อย่างอืดอ่ะ

Vim ใช้ Memory 56.7% พระเจ้า!! 
Vim ใช้ mem 500 กว่า MB ไม่เคยเจออ่ะ เครื่องอืดไปเลย restart สถานเดียว

Vim ช้า: ทางสว่าง

   2011-09-14 22:20
หลังจากที่เลิกงานกลับบ้านมาตอนหัวค่ำ ผมก็ลองค้นใน Google ดู แต่ก็ยังไม่พบอะไรที่น่าจะแก้ปัญหาผมได้ แต่ในที่สุดก็เกิดคิดขึ้นมาว่า “ถ้ามันโหลดช้าตอนเริ่มโปรแกรม มันน่าจะมี config. file อะไรบางอย่างที่ผิดปกติแน่นอน” แล้วก็ลองค้นดูใน Home Folder แล้วก็ได้พบกับ….

.viminfo ทำไมขนาดมันใหญ่ถึงขนาดนั้นเนี่ย!! (213MB)

ไฟล์ชื่อ .viminfo ครับ มันมีขนาดไฟล์ 200 กว่า MB เลยครับ โอ้วววพระเจ้า!!!
เมื่อลองค้นใน Google ดู ก็มีคำถามเกี่ยวกับการเคลียร์ .viminfo วิธีการต่างๆ แต่ทางเลือกของผมมีไม่มาก เพราะไม่สามารถเปิดดูไฟล์ .viminfo ได้
เมื่อลองทำดูแล้วไม่ได้เรื่อง ผมเลยตัดสินใจลบ .viminfo ทิ้งไปซะ!! แล้วลองเปิด vi ดู…..

ผลที่ออกมา…..คือ……แก้ได้แล้วครับ!!! เย้!!!!
vi ของผมกลับมาเร็วเหมือนเดิมแล้ว!!!   ^_^

Continue Reading

Mount FTP Server บน Linux ด้วย FUSE

เราสามารถ mount FTP Server ให้เป็น directory ใน Linux ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กับ Programmer ที่ใช้ Linux บ้างนะครับ

Mount FTP Server: แนะนำ FUSE

แนะนำกันก่อนนะครับ FUSE (Filesystem in userland) เป็น userland ที่สร้างขึ้นบน virtual filesystem (ไม่รู้แปลยังไงนะ) ซึ่งช่วยให้เราสามารถจัดการระบบไฟล์ได้จากโปรแกรมที่เราใช้อยู่ได้โดยตรง แล้วก็มีโปรแกรมเมอร์ใจดี Robson Braga Araujo มาช่วยพัฒนาตัวช่วยให้เรา โดยใช้ FUSE และ curl เพื่อให้เราสามารถ mount ftp server เป็น directory ในเครื่องเราได้ ซึ่งก็คือ curlftpfs

Mount FTP Server: ใช้ FUSE แล้วทำอะไรได้บ้าง?

ใช้ FUSE mount FTP แล้วทำได้หมดเลยครับ ทั้ง copy, paste, ย้ายไฟล์, ลบทิ้ง ตราบใดที่โปรแกรมของคุณยังเข้า folder ที่ mount เอาไว้ ก็ทำอะไรก็ได้ครับ สะดวก ไม่ต้องใช้ ftp เพื่อจัดการไฟล์

Mount FTP Server: ทำยังไง?

ก่อนจะ mount ftp มาที่เครื่อง Linux ของคุณ ต้องสร้าง folder ขึ้นมาก่อน
ในตัวอย่างนี้ใช้ myftp

จากนั้นก็ mount ftp server มาที่ folder ที่เราสร้างไว้ โดยใช้คำสั่งนี้เลยครับ

sudo curlftpfs -o allow_other ftp://myusername:mypassword@ftp.mydomain.com myftp

แค่นี้ก็สามารถเข้าเซอร์เวอร์ผ่านโฟลเดอร์ myftp ได้แล้วครับ

Mount FTP Server: แล้วเอาออกยังไง?

การเอา FTP Server ที่ mount เอาไว้ออก ให้ใช้คำสั่งนี้ครับ

sudo umount myftp

Mount FTP Server: ทำให้ง่ายขึ้น..เอาใส่ใน /etc/fstab

จะ mount FTP Server ให้ง่ายขึ้น ก็เพิ่มบรรทัดนี้เข้าไปใน /etc/fstab นะครับ

curlftpfs#myusername:mypassword@ftp.mydomain.com /mnt/myftp fuse allow_other,rw,user,noauto 0 0 

ด้วย noauto ที่อยู่ข้างท้าย ระบบจะไม่ mount FTP Server ให้อัตโนมัติเมื่อรีสตาร์ทเครื่องใหม่ครับ ซึ่งต้อง mount เองนะครับ แต่คราวนี้ไม่ต้องเขียนคำสั่งยาวๆแบบข้างบนแล้วครับ แค่ใช้คำสั่งนี้:

sudo mount /mnt/myftp 

ถ้าสังเกตุดีๆจะเห็น allow_other ด้วยนะครับ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถเข้า /mnt/myftp ได้โดยไม่ต้องเป็น root นะครับ

Mount FTP Server: คนอื่นจะเห็น password มั้ยเนี่ย?

ถ้าใช้คำสั่งนี้

ps aux | grep curlftpfs 

จะทำให้เราเห็น username กับ password ที่ใช้เข้า FTP Server ของเราได้ ซึ่งตามเจ้าของบทความเขียนไว้ เค้าเลยสร้าง .netrc ไว้ใน directory ของ root ดังนี้ครับ

1. สร้าง /root/.netrc แล้วใส่ code ดังนี้ครับ

machine ftp.byexamples.com
login myusername
password mypassword

2. แล้วแก้โหมดของไฟล์ซะใหม่

sudo chmod o-rw /root/.netrc

3. แล้วแก้ /etc/fstab ให้ไม่โชว์ password

curlftpfs#ftp.mydomain.com /mnt/myftp fuse allow_other,rw,user,noauto 0 0

คราวนี้ ถึงแม้ว่า /root/.netrc จะเป็นข้อความ แต่ก็ดูไม่ได้แล้วครับ เพราะต้องเป็น root ถึงจะดูได้

ที่มา – Mounting ftp host to local directory on top of FUSE

Continue Reading

เอา Thumbs.db ออกไปจาก folder

เคยมั้ยครับ เวลาเอารูปจากเครื่อง Windows มาแล้วที่ Ubuntu แล้วจะมีไฟล์ Thumbs.db ติดมาด้วย

คราวนี้ไม่ต้องรำคาญใจอีกแล้วครับ เพราะมีตัวช่วยที่ชื่อ ‘Nautilus Extension Kill Thumbs.db’ ซึ่งจะคอยจัดการไฟล์พวกนี้ให้คุณ

ดาวน์โหลดเดี๋ยวนี้ (.deb) เพื่อที่คุณจะได้ไม่รำคาญกับไฟล์ที่คุณไม่ต้องการอีกต่อไป

ที่มา – OMG! Ubuntu!

Continue Reading

อัดเสียงจากวิทยุด้วย VLC

มาแล้วครับ หลังจากที่ไม่ได้เขียนตั้งนาน
วันนี้จะมาแนะนำวิธีอัดเสียง หรืออัดวีดิโอ จาก Streaming ครับ

วิธีการตามนี้เลยครับ

1. สร้าง ‘recordmyshow.sh’ ด้วยคำสั่ง nano recordmyshow.sh
แล้วใส่ code ตามนี้เลยครับ

#!/bin/sh
NOW=$(date +”%b-%d-%y”)

cvlc –run-time=7200 http://kqed-ice.streamguys.org:80/kqedradio-ch-e1 –sout “#duplicate{dst=std{access=file,mux=raw,dst=/home//myshow-$NOW.mp3}” vlc://quit ;

ซึ่ง cvlc เป็น vlc ที่ใช้บน commandline ครับ
–run-time นี่ใช้กำหนดความยาวของการอัดครับ หน่วยเป็นวินาที
ส่วนของ URL ของสถานีที่ต้องการอัด ก็สามารถแก้ได้นะครับ ตัวอย่างเช่น
Fat Radio: mms://broadcast.issp.co.th/fm104.5
Good FM: mms://mms.platinum.co.th/goodfmch1

2.เปลี่ยน mode ของไฟล์ที่สร้างขึ้นมาใหม่ครับ

chmod +x recordmyshow.sh

3.ตั้งเวลาการรันโปรแกรมครับ
a. เปิดการใช้ crontab ด้วย

crontab -e

b. แล้วตั้งเวลา ดังนี้ครับ

 [นาที] [ชั่วโมง] [วันที่] [เดือน] [วันในสัปดาห์] [คำสั่ง]

ตัวอย่าง

00 18 * * 06 /home//recordmyshow.sh

แล้วก็อย่าลืมเปิดเครื่องไว้ด้วยนะครับไม่งั้น ทำไว้ดีแค่ไหนเครื่องก็ไม่อัดให้หรอกนะครับ 🙂

ที่มา – Ubuntu Geek

Continue Reading

Ubuntu update: BADSIG

หลายๆครั้งที่ ใช้ update manager จะขึ้น error เช่น

W: GPG error: http://archive.canonical.com intrepid Release: The following signatures were invalid: BADSIG 40976EAF437D05B5 Ubuntu Archive Automatic Signing Key

W: A error occurred during the signature verification. The repository is not updated and the previous index files will be used.GPG error: http://wine.budgetdedicated.com intrepid Release: The following signatures were invalid: BADSIG 58403026387EE263 Scott Ritchie

W: GPG error: http://security.ubuntu.com intrepid-security Release: The following signatures were invalid: BADSIG 40976EAF437D05B5 Ubuntu Archive Automatic Signing Key

W: GPG error: http://packages.medibuntu.org intrepid Release: The following signatures were invalid: BADSIG 2EBC26B60C5A2783 Medibuntu Packaging Team

W: GPG error: http://us.archive.ubuntu.com intrepid Release: The following signatures were invalid: BADSIG 40976EAF437D05B5 Ubuntu Archive Automatic Signing Key

W: GPG error: http://us.archive.ubuntu.com intrepid-updates Release: The following signatures were invalid: BADSIG 40976EAF437D05B5 Ubuntu Archive Automatic Signing Key

W: GPG error: http://us.archive.ubuntu.com intrepid-backports Release: The following signatures were invalid: BADSIG 40976EAF437D05B5 Ubuntu Archive Automatic Signing Key

W: Failed to fetch http://wine.budgetdedicated.com/apt/dists/intrepid/Release

ก็เลยอยากจะเขียนเก็บไว้ จะได้ไม่ต้องไปหาใน google อีก
วิธีแก้ ก็คือ ใช้คำสั่งตามนี้

sudo rm /var/lib/apt/lists/partial/*

sudo rm /var/lib/apt/lists/*

sudo apt-get update

ที่มา: Ubuntu Forums

Continue Reading

เมื่อผม uninstall X Server

และมันก็เป็นเพราะความสะเพร่าของผมเอง ที่ไป uninstall X Server ซึ่งเป็น package หลักของ Ubuntu Linux
เพื่อที่จะลง X Server ใหม่ ผมก็ต้องทำ apt-get จาก command line แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้นน่ะสิ

เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อผมได้รับ error จากการ update xserver-xorg-core ใน Synaptic ซึ่งผมไม่รู้ว่าจะแก้ยังไง ก็เลย…ลบมันซะ แล้วคิดว่าคงจะลงใหม่ได้น่ะ แต่ก็ยังลงไม่ได้ T_T ผม restart เครื่อง แล้วมันก็เกิดขึ้น ทีนี้ก็เหลือแค่ผม กับเจ้า command line :~$

ผมคิดแค่ว่า ก็ รัน sudo apt-get install xserver-xorg-core ซะ ก็สิ้นเรื่อง …. แต่ ก็ยังลงไม่ได้ T_T ยัง error เหมือนเดิม
และยิ่งไปกว่านั้น ผมต่ออินเตอร์เน็ต จาก commandline ไม่ได้ !!!

ผมค้นในอินเตอร์เน็ต (ใช้เครื่องแฟน) แล้วก็เจอ

  1. Quick HOWTO : Ch13 : Linux Wireless Networking
  2. Ubuntu Networking Configuration Using Command Line
  3. Howto: Ubuntu Linux convert DHCP network configuration to static IP configuration
  4. Network Configuration Using the Command Line

บทความทั้ง 4 ครอบคลุม พื้นฐานของการปรับแต่ง network จาก commandline ทั้งหมด

แต่…ปัญหาของผมยังอยู่ ยังต่ออินเตอร์เน็ตไม่ได้ T_T โน๊ตบุ๊ค ก็ยังจับสัญญาณของ access point ไม่ได้
การตรวจสอบสามารถทำได้โดย ping ไปที่ router ครับ ซึ่งจะหา router ไม่พบ และคำสั่ง iwconfig ซึ่งข้อมูลที่แสดง จะแจ้งว่า “not associated” ตลอด

หลังจากทดลอง อยู่นาน (ทั้งคืนจนถึงเช้า T_T)
เมื่อเช็คไปที่ /var/log/syslog แล้วผมก็พบ.. ” wpa_supplicant[992]: No network configuration found for the current AP” และ ” kernel: [39953.418395] wlan0: disassociating by local choice (reason=3)”

ผมก็เลยลองเอาข้อความไปค้นใน google ดู แล้วก็เจอ
https://answers.launchpad.net/ubuntu/+source/wpasupplicant/+question/93092

คำตอบที่ได้ บอกผมเกี่ยวกับ network-manager และ networking ซึ่งน่าจะรบกวนกัน
ผมเลยลองหยุด network-manager แล้วก็ลองดูอีกที….

ทำได้แล้วครับ!!!!!
ได้นอนซะทีเรา เฮ้อ

สรุปนะครับ ผมไปลบ X Server ก็เลยต้องผจญกับ network-manager และ networking ทั้งคืนเลย
ดังนั้น อย่าไปยุ่งกับ X Server หรือถ้าคุณต้องใช้ network บน commandline ก็แค่ หยุด network-manager ก่อน แล้วค่อยต่อ อินเตอร์เน็ตนะครับ 🙂

Continue Reading