ฟังดร.เล่า: น้ำท่วมเมืองไทย 5 – ตีน้ำให้แตก

น้ำท่วมเมืองไทยปีพ.ศ. 2554 นี้มีความรุนแรงมากเหลือเกิน และมีดราม่ามากเหลือเกิน ยังไงใจเย็นๆกันนะครับ และขอให้เราผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ไปด้วยกันครับ

คราวนี้ผมขอนำเสนอทางแนวในการจัดการน้ำหลังน้ำท่วม โดยดร.ได้เล่าหลักการของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีการกระจายน้ำออกไปไม่ให้รวมกัน เพราะเมื่อน้ำอยู่รวมกันจะมีพลังมาก แต่ถ้าตีน้ำให้กระจายออกกำลังของน้ำก็จะน้อยลง

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา ดร.บอกว่าลืมเล่าให้พี่ @iPattt กับพี่ @warong (ฟังดร.เล่า: น้ำท่วมเมืองไทย 4 – น้ำท่วม…วาระแห่งชาติ) เกี่ยวกับแนวความคิดที่นำวิธีการที่ประเทศเกาหลีใต้มาใช้ในการจัดการน้ำมาใช้ในเมืองไทยเพื่อป้องกันน้ำท่วมอย่างยั่งยืน

น้ำท่วมเมืองไทย: เกาหลีใต้โมเดล (ขอเอามาใช้บ้างนะ :P)

ลักษณะภูมิประเทศของเกาหลี จะเป็นภูเขาซะส่วนใหญ่ การทำเกษตรกรรมก็จะต้องทำบนภูเขา และบนภูเขาในเกาหลีจะมีทางน้ำเป็นสาขาย่อยๆ จากทางน้ำสายใหญ่เพื่อให้น้ำสามารถเข้าถึงพื้นที่เกษตรกรรมได้ดี

Korea Boseong Greentea Garden
Photo: AgricultureGuide.org – Importance of Water in Agriculture

น้ำท่วมเมืองไทย: ตีน้ำให้แตก

สำหรับเมืองไทย ดร.ได้อธิบายต่อว่า ถ้าเราสามารจัดการน้ำได้โดยทำคลองจากแม่น้ำปิง ออกมาทั้งสองข้าง ก็จะสามารถทำให้ปริมาณของน้ำในแม่น้ำปิงลดลงและพลังของน้ำก็จะลดลงตามไปด้วย ดังนั้นเราจึงควรทำคลองให้แตกสาขาย่อยๆ ออกไปเยอะๆ เหมือนกับรากฝอยของต้นไม้ ดังรูปด้านล่างนี้

แนวทางการขุดคลองจากแม่น้ำปิง ดัดแปลงจาก Wikipedia – Chao Phraya River

เส้นสีดำแสดงคลองและอ่างเก็บน้ำที่น่าจะขุดขึ้นมาใหม่จากแม่น้ำปิง ซึ่งผมได้วาดขึ้นมาใหม่จากแผนที่ โดยยังไม่ได้คำนึงถึงระดับความสูงของพื้นที่

จากรูปจะเห็นว่าจะมีคลองที่แตกออกมาจากแม่น้ำปิง มีลักษณะคล้ายรากฝอยของต้นไม้ ซึ่งการผันน้ำเข้าสู่คลองย่อยๆเหล่านี้จะช่วยให้แรงดันน้ำในแม่น้ำปิงน้อยลงไปบ้าง ซึ่งถ้ายิ่งมีคลองมาก ก็จะสามารถผ่อนแรงดันของน้ำในแม่น้ำปิงได้มาก นอกจากนี้ยังในรูปยังมีอ่างเก็บน้ำ ซึ่งมีไว้เพื่อกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ในช่วงฤดูน้ำน้อยได้อีกด้วย

คลองเหล่านี้จะต้องมีประตูกั้นน้ำ ซึ่งจะสามารถเปิด-ปิดได้เพื่อควบคุมปริมาณน้ำในคลอง การขุดคลองเหล่านี้จะช่วยให้สามารถทำเกษตรกรรมในพื้นที่ที่ห่างไกลจากแม่น้ำปิง โดยดร.บอกว่า ปัจจุบันนี้ พื้นที่ที่ห่างจากแม่น้ำไปแค่ 10 กม. ก็เป็นพื้นที่แห้งแล้งแล้ว ดังนั้นการขุดคลองก็จะช่วยในการทำเกษตรกรรมได้มากขึ้น

น้ำท่วมเมืองไทย: การจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพที่ดร.ได้พูดถึง จะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำที่ไหลผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ตอนผมค้นหารูปเพื่อมาลง blog นี้ ก็เลยได้อ่านบทความเกี่ยวกับการจัดการน้ำเพื่อการเกษตรบ้าง อย่างเช่น

The ignorant and primitive watering not only wastes water but also damages the soil.
ที่มา: AgricultureGuide.org – Importance of Water in Agriculture

More crop for every drop
ที่มา: FOOD & FERTILIZER TECHNOLOGY CENTER – Improving Water Use Efficiency in Asian Agriculture

การศึกษาเรื่องการจัดการน้ำเพื่อให้สามารถใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพนี้มีมานานแล้ว แสดงให้เห็นว่าหลายประเทศได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพอย่างมาก ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เกษตรกรรมของประเทศพัฒนาขึ้นไปได้ ยังสามารถช่วยป้องกันน้ำท่วมได้อีกด้วย

Irrigation Canal in Korea
Photo: FOOD & FERTILIZER TECHNOLOGY CENTER – Improving Water Use Efficiency in Asian Agriculture

การป้องกันน้ำท่วมสามารถทำได้โดยการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีตัวอย่างการจัดการน้ำมากมายในต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น ในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นภูเขาซะส่วนใหญ่ ดร.เลยเล่าถึงกรณีน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในปีนี้ ที่น้ำในแม่น้ำปิงมีมากเกินไปทำให้น้ำมีพลังมาก การจัดการน้ำโดยขุดคลองจากแม่น้ำปิงออกไปทั้งสองฝั่งจะช่วยให้แรงดันของน้ำในแม่น้ำปิงน้อยลง และยังช่วยพัฒนาเกษตรกรรมตามแนวฝั่งคลองอีกด้วย

Continue Reading

ฟังดร.เล่า: น้ำท่วมเมืองไทย 4 – น้ำท่วม…วาระแห่งชาติ

วันที่ 16 ต.ค. 2554 ดร.ได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่ @iPattt (Tigeridea, iHearBand, iPattt.com) และพี่ @warong (Vai Vai Soft, jongblog.com) ซึ่งประเด็นหลัก ก็คือเรื่องน้ำท่วม ซึ่งมันเกี่ยวโยงไปถึงการทำงานของหน่วยงานราชการ และสิ่งที่ประเทศไทยควรจะทำหลังจากผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมปี 2554 ไปแล้ว

ดร.ได้เล่าเบื้องต้นถึงประสบการณ์การทำงานในกรมทรัพยากรธรณี ที่ได้ไปเข้าประชุมแทนอธิบดีทั้ง 4 คน สมัยดร.ยังทำงานอยู่ในกรมทรัพยากรธรณี ตัวอย่างเช่น อนุกรรมการลุ่มน้ำ คณะกรรมการคุ้มครองสัตว์ป่า ประชุมเรื่องผลของแผ่นดินไหวต่อประเทศไทยกับกรมอุตุนิยมวิทยา ประชุมเรื่องกฎหมายน้ำมันในสมัยอธิบดี ดร.ประภาส จักกะพาก ฯลฯ จนได้รู้ถึงวัฒนธรรมการทำงานของราชการไทย และเหตุผลที่คนที่มีฝีมือไม่อาจจะอยู่ในราชการไทยได้ และเล่าถึงวิธีการทำงานซึ่งต้องวางแผนกันตลอดปี ดังที่ผมเขียนไว้ใน ฟังดร.เล่า: น้ำท่วมเมืองไทย 3 – น้ำท่วม พ.ศ. 2554

น้ำท่วมเมืองไทย: น้ำท่วม…วาระแห่งชาติ

พี่ @iPattt ได้สอบถามถึงแนวความคิดสำหรับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาวว่าควรจะต้องจัดตั้งกระทรวงใหม่เพื่อมาจัดการเรื่องภัยพิบัติโดยเฉพาะหรือไม่ ดร.บอกว่า ไม่ควรที่จะตั้งเป็นกระทรวงหรือกรม ควรที่จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขเท่านั้น ไม่ควรให้มีตำแหน่งใหญ่โต โดยให้คณะทำงานนี้ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี เพื่อให้สามารถขอข้อมูลจากหน่วยงานอื่นได้ง่าย และเมื่อเอาแผนงานมาใช้งานจริง ก็จะสามารถทำงานได้โดยไม่ติดขัด

น้ำท่วมเมืองไทย: Mega Project

สำหรับแนวทางในการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมนั้น ดร.บอกว่า ประเทศไทยอาจจะขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศเพื่อมาศึกษาข้อมูลปริมาณน้ำในไทย และสร้างวิธีการแก้ปัญหาน้ำท่วมในเชิงบูรณาการ

ภาพน้ำท่วมในเนเธอร์แลนด์เมื่อปี 1953
Photo: Getty Images via WIRED – Before the Levees Break: A Plan to Save the Netherlands

ดร.บอกว่าประเทศไทยอาจจะขอความช่วยเหลือผ่านทางสถานทูตเพื่อขอผู้เชี่ยวชาญเพื่อมาช่วยศึกษาวิธีการแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยอาจจะติดต่อไปที่เนเธอร์แลนด์ หรือเกาหลีใต้ก็ได้ อย่างในเกาหลี เค้ามีการจัดการน้ำของเค้าเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ดังจะเห็นได้จากที่มีการทำนาเป็นขั้นบันไดเพื่อให้น้ำที่ลงมาตามเขาได้ผ่านที่นามากที่สุด และยังผันน้ำออกไปยังลำน้ำย่อยๆอีกเยอะแยะ ซึ่งจะสามารถใช้ประโยชน์จากน้ำได้มากที่สุดก่อนน้ำจะไหลลงทะเลไป
ทั้งนี้ดร.ยังเล่าถึงวิธีการหาทุนที่ดร. ได้เรียนรู้ตอนที่เป็นเลขาฯให้กับดร.ซี วาย ลี ที่ ESCAP ประเทศไทย โดยดร.ลี ได้สอนถึงขั้นตอนการเรียกประชุมตัวแทนประเทศผู้เกี่ยวข้อง เพื่อคุยถึงแนวความคิด และความเห็นของประเทศต่างๆ เมื่อรับฟังข้อคิดเห็นและปรับแก้จนเรียบร้อยแล้ว จึงส่งหนังสือไปให้ผู้แทนประเทศเหล่านั้นเพื่อเซ็นรับรอง เมื่อเซ็นรับรองแล้ว ดร.ลี ก็ติดต่อไปยังประเทศที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อขอผู้เชี่ยวชาญเพื่อมาศึกษาข้อมูลตามที่เราต้องการ ซึ่งดร. บอกว่า ตรงจุดนี้ นักวิชาการทุกคนก็อยากจะมาเพราะทุกคนอยากจะมีผลงานที่มีคุณค่า และได้เที่ยวต่างประเทศโดยที่ใช้ทุนของสหประชาชาติ ด้วยวิธีการนี้ ดร.ได้เอามาปรับใช้กับงานในกรมทรัพยากรธรณี เพื่อขอทุนจากต่างประเทศมาทำโครงการ และสามารถส่งลูกน้องไปเรียนต่อในต่างประเทศจนจบปริญญาเอกมาหลายคนแล้ว

น้ำท่วมเมืองไทย: สิ่งสำคัญ – การบริหารจัดการน้ำ

ดร.บอกว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการแก้น้ำท่วมคือการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่การแก้ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า เพราะปัญหาการตัดไม้ทำลายป่านั้นมีมานานกว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งในสมัยนั้น ก็ยังสามารถจัดการน้ำไม่ให้ท่วมได้ ดร.ยังเล่าถึงการประชุมกับกรมป่าไม้เกี่ยวกับการออกใบอนุญาตเพื่อตัดไม้ ดร.บอกว่าไม่รู้ว่าจะออกใบอนุญาตอีกทำไมกัน เพราะกรมป่าไม้จริงๆแล้ว จะต้องสงวนพื้นที่ป่าเอาไว้ หรือควรจะต้องเปลี่ยนชื่อกรมใหม่เป็น “กรมปลูกป่า” และไม่ควรให้มีการออกใบอนุญาตตัดไม้อีก

ดร.เล่าให้ฟังถึงเขื่อนภูมิพลว่า สมัยเข้าป่าเพื่อสำรวจได้เคยไปดูเขื่อนภูมิพลตอนที่ยังก่อสร้างอยู่ด้วย จริงๆแล้วในการออกแบบเขื่อนจะต้องออกแบบให้สามารถรับแรงดันน้ำได้มากอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าน้ำจะเต็มเขื่อนก็ตาม และเขื่อนนั้นจะต้องมีการออกแบบสำหรับ overflow อยู่แล้ว ซึ่งถ้าระดับน้ำสูงถึง overflow ก็สามารถปล่อยให้น้ำออกทาง overflow ได้ (ข้อมูลเพิ่มเติมจากพี่ @piyadit: เขื่อนจะมี Spillway (ทางน้ำล้น) โดยความสามารถในการรับน้ำของเขื่อนคิดที่ความสูงเท่ากับ Spillway หากมากกว่าแสดงว่าระดับน้ำอยู่เหนือ Spillway ครับ ซึ่งปกติการออกแบบเขื่อนจะออกแบบเผื่อสำหรับระดับน้ำที่อยู่เหนือ Spillway ประมาณ 2-4ม. แล้วแต่ขนาดเขื่อน หากน้ำเหนือเขื่อนมากก็ควรปล่อยน้ำออกบ้างมิฉะนั้นSpillway ระบายไม่ทัน นอกจากนี้แล้วระบบเขื่อนยังติดตั้งระบบ Instrumentation เพื่อวัดค่าความดันน้ำ,การซึมน้ำ ฯลฯ เพื่อให้แน่ใจว่าเขื่อนอยู่ในสภาพดี ทำงานได้)

พี่ @piyadit ช่วยให้ข้อมูลเรื่องการออกแบบเขื่อน

ดร. ยังพูดถึงคุณปลอดประสพ สุรัสวดีว่า คุณปลอดประสพนั้นเป็นคนเก่งมาก แต่เกรงว่าอาจจะไปไม่รอดกับการเป็นรัฐมนตรีและทำให้เสียคนเก่งไป เพราะคุณปลอดประสพเป็น Technocrat แต่ต้องมาปะทะกับ Aristocrat ด้วยความที่เป็นคนเถรตรง อาจจะทำให้ไม่มีความยืดหยุ่นพอที่จะบริหารจัดการงานกระทรวงได้

น้ำท่วมเมืองไทย: ถนนริมแม่น้ำเจ้าพระยา

Photo from NYDailyNews.com – Brooklyn Bridge Park: The new Central Park?

พี่ @iPattt ได้สอบถามดร. เกี่ยวกับแนวคิดที่ควรจะต้องทำทำนบกั้นดินหล่นไปในแม่น้ำดังที่ผมเคยเขียนเอาไว้ใน ฟังดร.เล่า: น้ำท่วมเมืองไทย 2 – ทางออก(ของน้ำใน)ประเทศไทย นั้น ดร.อธิบายถึงแนวความคิดนี้ว่า เราควรกั้นคอนกรีตตามแนวริมแม่น้ำ สร้างให้สูงและกว้าง ทำเป็นถนนไปเลย ดังในหลายๆ เมือง เช่น ลอนดอน ปารีส นิวยอร์ก โซล ก็จะมีถนนและสวนสาธารณะริมแม่น้ำ แล้วก็สามารถทำให้เป็นจุดท่องเที่ยวไปด้วยในตัว

น้ำท่วมเมืองไทย: วิกฤตน้ำท่วม 2554

น้ำท่วมในปี พ.ศ. 2554 นี้ ดร.บอกว่า ตอนนี้เราควรจะช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตกันให้ได้ก่อน คอยภาวนาให้สามารถระบายน้ำได้เร็ว ไม่ให้มีพายุเข้ามาอีก เมื่อผ่านพ้นวิกฤตไปแล้วก็ควรจะศึกษาปัญหาเพื่อที่จะแก้ปัญหาในระยะยาวต่อไปครับ

Continue Reading

ฟังดร.เล่า: น้ำท่วมเมืองไทย 3 – น้ำท่วม พ.ศ. 2554

น้ำท่วมเมืองไทยปีนี้ (พ.ศ.2554) ดูเหมือนว่าจะหนักกว่าน้ำท่วมในปีพ.ศ.2538 อีกนะครับ แต่ปีนี้เปลี่ยนจากน้ำท่วมในภาคอีสานมาเป็นน้ำท่วมในภาคเหนือแทน โดยน้ำที่ท่วมนั้นท่วมมาจากภาคเหนือซึ่งรวมถึงจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก

น้ำท่วมเมืองไทย: เล่าเหตุการณ์ปี พ.ศ.2554

น้ำท่วมมีสาเหตุมาจากปริมาณน้ำฝนที่มากผิดปกติจากพายุนกเตนที่เข้ามาในช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ.2554 โดยน้ำท่วมจังหวัดทางภาคเหนือก่อน จากนั้นน้ำท่วมก็ขยายลงมาตามแม่น้ำปิง ประกอบกับมีพายุเข้ามาซ้ำอีกจนน้ำได้เข้าแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นพื้นที่ภาคกลาง โดยมีน้ำท่วมในหลายจังหวัดรวมถึง พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง นครสวรรค์ จนกระทั่งน้ำท่วมได้เข้ามาถึงจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี มีนบุรี และกรุงเทพในเขตรอบนอกคันกั้นน้ำ ทำให้คนกรุงเทพต่างรู้สึกตื่นตระหนกกันไปหมด ทั้งซื้อของเพื่อตุน เอารถไปจอดในที่สูงเพื่อหนีน้ำท่วม

น้ำท่วมนั้นได้ท่วมถนนสายหลักๆของประเทศอย่างเช่น ถนนสายเอเชีย ถนนพหลโยธินช่วงวังน้อย ทำให้การขนส่งเป็นไปได้อย่างลำบาก และน้ำได้ท่วมนิคมอุตสาหกรรมหลักๆในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งนิคมฯโรจนะ นิคมฯไฮเทค นิคมฯนวนคร

น้ำท่วมเมืองไทย: ถนนสายหลักของประเทศ

เมื่อ 13 ต.ค. 2554 ผมได้คุยเรื่องน้ำท่วมกับดร. หลังจากที่ดร.กลับจากทำงานที่ต่างจังหวัด เมื่อดร.ได้ฟังข่าวที่น้ำท่วมถนนพหลโยธินช่วงอำเภอวังน้อย ก็พูดออกมาว่า จริงๆแล้วมันควรจะทำให้ถนนที่เป็นถนนสายหลักให้สูงกว่านี้ และควรจะมีถนนที่ใช้เป็นสายสำรองได้อีก 2 สาย: ไปทางนครราชสีมา และทางสุพรรณบุรี เพื่อที่ว่าถ้าถนนเส้นใดเส้นหนึ่งถูกตัดขาด เราก็สามารถใช้เส้นทางอื่นในการขนส่งได้ นี่ถ้าเราอยู่ในภาวะสงครามแล้วไม่สามารถใช้ถนนที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ได้อย่างนี้ ประเทศไทยจะแย่

น้ำท่วมเมืองไทย: การวางแผนประจำปี

นอกจากนั้น ดร.ยังเล่าอีกว่าได้ฟังวิทยุที่อดีตอธิบดีกรมชลประทาน นายปราโมทย์ ไม้กลัด ออกมาพูดเกี่ยวกับปริมาณน้ำปีนี้ (2554) ที่มีปริมาณมากกว่าปกติไม่มากนัก ซึ่งจริงๆแล้วทางกรมชลประทานควรจะมีการปล่อยน้ำออกจากเขื่อนมาก่อนหน้าที่จะน้ำฝนจะมา (อ่านเพิ่มเติม: ปราโมทย์ ไม้กลัด ไขแนวทางแก้วิกฤตน้ำท่วม ไม่เห็นจะน่าวิตกเลย…ต้องแยกพฤติกรรมน้ำให้ออก – ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง)

ประเด็นนี้ ดร.เลยเล่าให้ฟังว่า สมัยทำงานวางแผนงบประมาณที่กรมทรัพยากรธรณี จะต้องมีการวางแผนกันทั้งปี จะต้องรู้ว่าจะเข้าไปสำรวจในป่าเมื่อไหร่ จะต้องศึกษาข้อมูลฤดูฝนย้อนหลัง 50 ปี เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าจะต้องออกจากป่าเมื่อไหร่ เพราะถ้าออกมาไม่ทันจะออกจากป่าไม่ได้ และจะต้องเสียงบประมาณอีกมากมาย อีกทั้งเราจะต้องรับผิดชอบชีวิตอีกหลายชีวิตซึ่งพ่อแม่ญาติพี่น้องของเค้าก็จะต้องเป็นห่วง

Continue Reading

ฟังดร.เล่า: น้ำท่วมเมืองไทย 2 – ทางออก(ของน้ำใน)ประเทศไทย

สวัสดีครับ วันนี้ผมมาเล่าเรื่องน้ำท่วมเมืองไทยต่อจากเมื่อวานครับ โดยวันนี้ (20 ต.ค. 2553) หนังสือพิมพ์ Bangkok Post ได้ลงรูปแผนผังแม่น้ำในภาคกลางของประเทศไทย ซึ่งผมขอเอามาทำรูปประกอบบทความนี้ครับ

น้ำท่วมเมืองไทย: สาเหตุของน้ำท่วมโคราชและวิธีแก้ไข

ข่าวน้ำท่วมในจังหวัดนครราชสีมา ทางช่องทีวีไทยเมื่อวานนี้ (19 ต.ค. 2553) ตอนค่ำ รองอธิบดีกรมชลประทานได้บอกสาเหตุของการที่น้ำท่วมในตัวเมืองโคราชนั้นเป็นเพราะมีปริมาณน้ำฝนมากผิดปกติ ประกอบกับพื้นที่รองรับน้ำน้อยลงไป ซึ่งทางกรมชลประทานก็มีตัวเลขปริมาณน้ำที่ไหลสำหรับอุทกภัยคราวนี้ และตัวเลขความสามารถในการรองรับน้ำของแม่น้ำด้วย ตรงนี้พ่อผมบอกว่า นี่ไงล่ะ น้ำท่วมเพราะพื้นที่ระบายน้ำน้อยนี่เอง แล้วถ้ามีตัวเลขแล้ว ทำพื้นที่รองรับน้ำให้เป็น 2 เท่าได้มั้ย ในเมืองนอกเค้าถึงขนาดเวรคืนที่ดินเพื่อเอามาทำคลองระบายน้ำเลยนะ (เห็นมีแต่เวรคืนเพื่อทำถนน) เป็นถึงอธิบดีก็ได้ไปเมืองนอกบ่อยอยู่แล้วนี่

น้ำท่วมเมืองไทย: แนวทางการเพิ่มทางระบายน้ำออกทะเล

แผนผังแม่น้ำที่ไหลเข้าแม่น้ำเจ้าพระยา
แผนผังแม่น้ำที่ไหลเข้าแม่น้ำเจ้าพระยา

แล้ววันนี้ (20 ต.ค. 2553) พ่ออ่าน Bangkok Post เรื่องน้ำท่วมแล้วเรียกผมไปดูแผนที่ที่แสดงแม่น้ำสายต่างๆที่ลงมาที่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะเห็นได้ว่าแม่น้ำทุกสายจะลงมาเป็นคอขวดที่แม่น้ำเจ้าพระยา พ่อชี้แผนที่แล้วอธิบายตำแหน่งที่ควรจะทำทางระบายน้ำเพื่อปันน้ำออกไป (รูปที่ 1) ไม่ให้น้ำเข้ามาที่กรุงเทพมากเกินไปจนน้ำท่วม โดยเส้นสีดำแสดงเส้นทางที่ควรจะทำทางระบายน้ำเพิ่มเติมดังนี้

  1. แม่น้ำสะแกกรัง-แม่น้ำสุพรรณบุรี
  2. ขยายจุดรวมแม่น้ำตรงช่วงจังหวัดนครสวรรค์
  3. แม่น้ำน้อย-อ่าวไทย ออกทางจังหวัดสมุทรสาคร
  4. เขื่อนพระรามหก-อ่าวไทย โดยออกช่วงจังหวัดสมุทรปราการหรือฉะเชิงเทรา

น้ำท่วมเมืองไทย: ส่งท้าย

พ่อยังเสริมอีกว่า กรุงเทพฯเป็นพื้นที่ราบลุ่มต่ำ มันง่ายอยู่แล้วที่น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ ก็เล่นเอาพื้นที่ทำนามาสร้างตึกมันก็ไม่มีที่ให้น้ำไปสิ ซึ่งการจะแก้น้ำท่วมโดยทำให้พื้นที่กรุงเทพสูงขึ้นมันทำไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงควรจะแก้น้ำท่วมโดยการผันน้ำออกไปทางอื่นดีกว่า แล้วต้องทำทำนบกั้นดินหล่นไปในทางระบายน้ำด้วยนะ อย่างใน Zermatt, Switzerland ลูกก็เคยไปเห็นแล้วนี่ ซึ่งผมขอจบไว้ตรงนี้กับรูปสวยๆจาก Zermatt เลยแล้วกันนะครับ

photo – Flickr: More hotels along the canal at Zermatt near Matterhorm, Switzerland, summer, June 2006 by Joyce Seah_Singapore@flickr

Continue Reading

ฟังดร.เล่า: น้ำท่วมเมืองไทย 1

น้ำท่วมในจังหวัดทางภาคอีสานของประเทศไทย ทำให้ผมได้มีโอกาสคุยกับพี่ @iPattt ถึงเรื่อง ความสบายของคนกรุง vs. ความเดือดร้อนของคนชนบท ซึ่งผมมีมุมมองต่างออกไป

แนวความคิดเรื่องน้ำท่วมของผมนั้นเริ่มมาจากที่ผมดูข่าวเรื่องน้ำท่วม แล้วคิดว่าทำไมเราไม่มีการจัดการน้ำที่ดีกว่านี้ ขนาดในสมัยอียิปต์โบราณยังมีการจัดการเรื่องชลประทานที่ดีเลย ก็เลยไปถามพ่อผมเกี่ยวกับเรื่องนี้

น้ำท่วมเมืองไทย: บทบาทของนักวิชาการ

เรื่องน้ำท่วมนั้น พ่อบอกว่าจริงๆแล้วนักวิชาการในส่วนราชการไทยมีคนที่มีความรู้ในการจัดการน้ำอยู่เยอะ แต่ไม่มีคนที่ทำจริงๆซักที คนที่ทำก็ไม่รู้จริง

น้ำท่วมเมืองไทย: แนวความคิดในการแก้ปัญหา

การที่จะแก้ปัญหาน้ำท่วมได้นั้นจะต้องมีการศึกษาเก็บข้อมูลน้ำเพื่อทำการวิเคราะห์ปริมาณน้ำซะก่อน โดยเมื่อมองแนวเทือกเขาเป็นตัวแบ่งระหว่างลุ่มน้ำ (รูปที่ 1) ก็จะเห็นว่ามีลุ่มน้ำส่วนหนึ่งที่มีน้ำเยอะ และจะมีลุ่มน้ำอีกส่วนหนึ่งที่มีน้ำน้อย

หลักการของการแก้ปัญหาน้ำท่วมคือการกระจายน้ำจากส่วนที่น้ำเยอะไปสู่ส่วนที่มีน้ำน้อย โดยจะต้องมีการดำเนินการในส่วนนี้คือ น้ำที่มาจากภูเขา จะต้องมีการปันน้ำออกไปทางอื่น เพื่อเป็นการแบ่งน้ำที่จะไหลลงลุ่มน้ำให้น้อยลงไป โดยการจะบอกได้ว่าจะปันน้ำยังไง เมื่อไหร่ ก็จะต้องทำการศึกษาเพื่อเก็บข้อมูลปริมาณน้ำและทำการวิเคราะห์ในเชิงกว้างทั้งประเทศ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลมาประเมินปริมาณของน้ำในแต่ละส่วนได้

น้ำท่วมเมืองไทย: กรุงเทพฯ

สำหรับน้ำท่วมในกรุงเทพฯที่มีบทความของ @fringer เรื่อง ความสบายของคนกรุง vs. ความเดือดร้อนของคนชนบท ซึ่งตรงนี้ผมเห็นด้วยกับพี่ @iPattt ครับ แต่แนวทางแก้ปัญหาต่างกันไปครับ

สาเหตุของน้ำท่วมในกรุง้เทพฯนั้น พ่อเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนกรุงเทพฯน้ำไม่ท่วมครับ โดยคลองต่างๆ ยังมีขนาดใหญ่กว่านี้เยอะ ยกตัวอย่างคลองเลียบถนนวิภาวดี-รังสิต ซึ่งเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน (เขียนบทความปี พ.ศ. 2553) คลองระบายน้ำข้างถนนจะมีขนาดกว้างกว่าปัจจุบันนี้ประมาณ 3 เท่าครับ ทำให้สามารถระบายน้ำได้ดี แต่เมื่อมีการขยายถนน มีการสร้างตึก ก็ทำให้ทางระบายน้ำต้องน้อยลงไปครับ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำท่วมกรุงเทพฯครับ

และอีกสาเหตุของน้ำท่วมในกรุงเทพฯที่ผมได้คุยกับพ่อในวันนี้ (19/10/2553) เกี่ยวกับการที่ต้องปันน้ำให้อยู่ภายนอกกรุงเทพฯจากบทความของ @fringer ข้างต้น พ่อบอกว่าพื้นที่กรุงเทพฯเป็นพื้นที่ราบลุ่มปากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะมีตะกอนดิน (silt) ไหลมากับแม่น้ำ รวมมาเป็นสันดอนปากแม่น้ำ ซึ่งตะกอนเหล่านี้บางส่วนก็จะตกตะกอนอยู่กลางทาง พ่อบอกว่าถ้า 10 ปีก่อนแม่น้ำเจ้าพระยาลึกระดับหนึ่ง (รูปที่ 2 ด้านซ้าย) แล้วสมมุติว่าสามารถรองรับน้ำที่ไหลมาปีละ 10 ล้านลูกศก์เมตร แล้วทีนี้ตะกอนก็ไหลมาสะสมเรื่อยๆ ทุกวัน ทุกปี และที่ปากแม่น้ำก็มีตะกอนไหลมาเติมเหมือนกัน จนแม่น้ำตื้นเขินกว่าที่เคยเป็นดังในรูปที่ 2 ด้านขวา แต่ทีนี้น้ำยังไหลเท่าเดิม ก็จะทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและทำให้น้ำท่วมกรุงเทพในที่สุดครับ

สำหรับวิธีแก้ไขน้ำท่วมในกรุงเทพฯ พ่อบอกว่าจะต้องขุดลอกแม่น้ำตั้งแต่ต้นสาย เรื่อยมาจนออกทะเลไป โดยต้องทำอยู่อย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งควรจะต้องก่อเขื่อนกั้นดินริมฝั่งแม่น้ำ เพื่อกันดินที่ยังร่วนอยู่ ไม่ให้ลงมาในแม่น้ำ โดยจะต้องกั้นลึกลงไปจนถึงระดับดินแข็งที่อัดตัวแน่นแล้ว เพราะดินกรุงเทพเป็นดินร่วนครับ อย่างเวลาตอกเสาเข็มยังต้องตอกลึกลงไปถึงชั้นดินที่อัดตัวแน่นแล้วครับ ตรงนี้พ่อบอกว่ารัฐต้องใช้งบประมาณมหาศาลซึ่งมากกว่าการที่ไปให้ค่าตอบแทนกับชาวนาที่ให้ที่นาสำหรับปันน้ำไม่ให้เข้ามาในกรุงเทพฯ เยอะนักครับ

น้ำท่วมเมืองไทย: ปิดท้าย

พ่อบอกว่าการแก้ปัญหาน้ำท่วม ก็เหมือนกับปัญหารถติด ซึ่งจะต้องมีการแก้ปัญหาจากภาพรวมโดยกว้าง และจะต้องแก้กันในระยะยาว โดยควรจะต้องมีวิศวกรมาเก็บข้อมูลและศึกษาแนวทางแก้ไข เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างเป็นระบบต่อไปครับ

สำหรับคราวนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ ไว้วันหลังจะมาเล่าเรื่องอีกครับ

Continue Reading