วิธีแก้เมื่อ iMac Boot ไม่ผ่าน

ค้น Google บน Galaxy S6 Edge หาวิธีแก้ iMac Boot ไม่ผ่าน

เจ้า iMac ของแฟนผม มันก็อายุมากแล้วนะ มันก็เป็น iMac  ช่วง​ Mid 2011 อายุมันก็เยอะพอสมควรแล้วล่ะ

พอเกิดปัญหาที ก็ถึงคราวผม ที่เกิดจบวิศวะคอม จะต้องมาแก้ปัญหาซะนี่

แก้มาหลายครั้งละ ก็รวบรวมมาเขียนเป็นบล็อกเลยซะแล้วกัน คราวต่อไปจะได้มีข้อมูลเอาไว้ใช้ได้…

Continue Reading

Content กับ Context – เนื้อหากับบริบท

วันนี้ได้อ่านสเตตัสของหนูเนยอันนึง เค้าพูดถึง Content กับ Blogger/Influencer ว่าควรจะต้องเลือก  Blogger ที่เหมาะสมกับ Content ด้วย เพราะ Blogger คือ Context ..

เลยสงสัย ว่าไอ้ Context นี่มันคืออะไร

เพราะสงสัย จึงไปหา

Context meaning

ทีนี้ ด้วยความรู้อันน้อยนิด ก็เลยถาม “ทำไม Blogger ถึงเป็น Context?” ได้ความว่า เพราะ Context มันติดตัวเราไป อย่างเวลานึกถึง Beauty Blogger ก็จะนึกถึงเนื้อหาที่เป็นการแต่งหน้า เครื่องสำอางค์ หรือพวก IT Blogger ก็จะคาดหวังเนื้อหาที่เป็น มือถือ gadget อะไรพวกนี้

………

งง

งง จริงๆครับ…. เดี๋ยวขอเล่าความเข้าใจดั่งเดิม ที่ได้ไปฟังคนที่มีความรู้มากกว่าผมหลายๆท่านก่อนนะครับ

พี่แก่ Nuttaputch เคยพูดในงาน Green eCommerce ไว้เกี่ยวกับ Content Marketing 101 ว่า Content มันคือทุกอย่าง ตั้งแต่ รูป คู่มือ บทความ เพลง วิดีโอ แผ่นโฆษณา แต่ทีนี้ การสร้าง Content ควรจะต้องสร้างเนื้อหาที่กลุ่มเป้าหมายของเราต้องการ

หรือเวลาไปฟังสัมมนาการตลาด ก็จะเน้นกันเหลือเกินว่าจะต้องยึดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นศูนย์กลาง เป็นตัวตั้งต้น เวลาจะทำการตลาดอะไร ให้นึกถึงกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก

หรือ เร็วๆนี้เอง ได้ดูวิดีโอที่พี่ด้วง ดวงฤทธิ์ บุนนาค ได้พูดเอาไว้ในงานของบุญถาวร เนื้อหาในนั้น แกพูดเกี่ยวกับการออกแบบโดยที่เรายัง embrace context หรือ embrace บริบท

แล้วอย่างที่หนูเนยบอก มันเหมือนกันกับ Branding, Personal Branding ที่พูดกันบ่อยๆอ่ะครับ

ก้อ…. เลยคิดว่า Context ที่เวลาเราจะออกแบบ Content ขึ้นมา Context ที่เป็นตัวกำหนดแนวทางของ Content นั้น ก็ควรจะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เราจะสื่อสารด้วยตะหาก… ส่วน Blogger/Influencer ก็เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาที่เราออกแบบ

Context ในตัวบุคคล

แต่…. ยัง ยังไม่จบนะครับ ในแนวคิดของหนูเนยเค้า ก็ถูกต้องเหมือนกัน เพราะในตัวบุคคลก็มีบริบทอยู่เหมือนกัน  อย่างเช่น ถ้านึกถึงหนูเนย เมื่อก่อนจะนึกถึง windows phone, droidsans มาตอนนี้นึกถึง pokemon go, บิงซู, อาจารย์สอนเขียนแอนดรอยด์

เป็นเพราะบริบทของตัวบุคคลเปลี่ยน ด้วยประสบการณ์ที่บุคคลนั้นๆได้รับ เวลาผ่านไป เค้าอาจจะได้ฝึกฝนอะไรบางอย่าง เช่น ถ่ายรูป เขียนโปรแกรม ทำอาหาร ถ่ายวิดีโอ แต่งหน้า … อย่างที่หนูเนยได้ทำในช่วงที่ผ่านมานี้ครับ มันทำให้เรามีลักษณะเฉพาะของตัวเราเองครับ เวลาคนอื่นนึกถึงตัวเรา ก็จะนึกถึงสิ่งที่เราได้เคยทำมา

อันนี้ สามารถเรียกได้ว่าเป็น Personal Branding อย่างถ้านึกถึงคุณตัน ก็จะนึกถึงชาเขียวอิชิตัน ถ้านึกถึงพี่ป้อมภาวุธ ก็จะนึกถึง tarad.com นึกถึง ecommerce (หรือถ้ารุ่นเก่าๆหน่อย ต้อง thaisecondhand.com เลยครับ ^^)

Context ในตัวบุคคล กับ Content ที่เรากำลังออกแบบ

ทีนี้ Context ในตัวบุคคลมีส่วนสำคัญกับ Content มั้ย?? ต้องตอบว่ามีครับ

แต่ให้เรานึกถึง กลุ่มเป้าหมายที่เราจะส่ง Content ไปถึงก่อน ว่ากลุ่มคนเหล่านั้น มี Context อะไรบ้าง ชอบอะไร อายุเท่าไหร่ แต่งตัวยังไง ชอบไปที่ไหน ใช้มือถืออะไร มี mobile device กี่เครื่อง

ทีนี้ ก็มาดู Blogger/Influencer ที่เรากำลังพิจารณา ว่าเค้าเหล่านั้น มี Context ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของเรารึเปล่า มีความน่าเชื่อถือในหัวข้อ Content ที่เราจะออกแบบมั้ย มีสไตล์ในการนำเสนอเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของเรารึเปล่า

Content = Product

คุยกันได้พอสมควร ก็กลับมานั่งคิดของตัวเอง (พอคิดเสร็จก็คิดว่าจะต้องเอามาเขียนลงบล็อกนี่แหละ ^^)
คิดไปก็วาดรูปได้แบบนี้

 

Content as a Product
ไอเดียของผมคือ ถ้าเรานึกถึง Blogger หรือคอลัมนิสต์ซักคน สินค้าของเค้าก็ Content ที่เค้าสร้างนั่นเอง คนเขียนหรือ Blogger/Influencer ก็คือคนออกแบบ Product นั้นๆ ความคิดของเค้า สไตล์การเขียนการนำเสนอ ก็คือ Material หรือวัตถุดิบในการสร้างสินค้าตัวนั้นๆ
เหมือนกับเวลาเราจะทำโต๊ะซักตัว เราอาจจะเอาไม้มาทำโต๊ะก็ได้ ซึ่งไม้ก็มีบริบทอย่างนึง ถ้าโต๊ะตัวนั้น เราเอาสีไปทาทับลายไม้ ก็เหมือนเราบังคับให้คนเขียน เขียนตามที่เราบอก แต่ถ้าเราปล่อยให้ไม้เหล่านั้นได้แสดงลายของมัน ได้แสดงเนื้อแท้ของไม้เอง เราก็จะได้โต๊ะที่สวยในแบบที่ไม่ทำลายบริบทของไม้เลย (ตอนเขียนนี่คิดมาได้ แล้วถ้าเราทำสีเสี้ยนล่ะ จะเป็นยังไง??)
หรือเราอาจจะเลือกวัสดุแบบอื่นมาทำโต๊ะก็ได้ เช่น เหล็ก สเตนเลส พลาสติก ซึ่งวัสดุเหล่านี้ก็มีบริบทที่ต่างกันไป เหมาะกับกลุ่มคนที่หลากหลายกันไป ในสไตล์ที่ต่างกัน
เขียนโพสต์นี้ไป ก็นึกถึงโต๊ะของพี่ด้วง ดวงฤทธิ์ บุนนาค ที่เอาไม้ Recycle มาใช้ แกบอกว่า แก embrace บริบท
ไม้ recycle มีบริบทเป็นยังไง แกก็ออกแบบโต๊ะบนบริบทนั้นๆ
———————–
ก็เท่านี้แหละครับ ความคิดก็จบตรงนี้ แต่ก็สามารถคิดต่อได้เรื่อยๆ  เดี๋ยวถ้ามีความคิดอะไรน่าสนใจ ก็จะเอามาเขียนอีกนะครับ ^^
มีความเห็นยังไง คุยกันนะครับ
Continue Reading

ดราม่า ensogo ถ้าเป็นคุณบ้าง จะทำยังไง?

วันนี้ขอเขียนเรื่องเกาะกระแสดราม่าในสังคมแบบด่วนๆนิดนึงครับ จากกรณีที่ ensogo ได้ปิดตัวแบบฟ้าผ่าไปเมื่อวาน (21 มิ.ย. 59) ซึ่งผมโพสต์นี้ผมเขียนในมุมมองคนทำธุรกิจคนนึง

ตั้งแต่เมื่อวานที่ ensogo ปิดกิจการไป แล้วมีลูกค้าบางส่วนได้รับผลกระทบ เพราะได้ซื้อดีลเอาไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ใช้ จนมีคนไปถามบนพันทิปด้วย

วันนี้เล่นทวิตเตอร์อยู่ ก็เห็นเพื่อนๆแชร์ reaction จากหลายๆแบรนด์มาบ้าง อย่างโรงแรมโนโวเทล ฮาร์ดร็อคคาเฟ่ ที่ปฏิเสธการรับคูปองจาก ensogo  ซึ่งก็เข้าใจเค้านะ ก็ทางโรงแรมไม่สามารถเรียกเก็บเงินกับ ensogo ได้ แล้วจะให้บริการได้ยังไงล่ะ

 

 

แต่ถ้าเรามองอีกมุม มุมของผู้บริโภค ที่เค้าเสียเงินซื้อดีลไปแล้ว ก็จะออกมาอีกแบบ เป็นการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ของผู้บริโภคกันไป อย่างโรงแรมเซ็นทาราสเตชั่น หรือ ร้านไมเซ็น

 

ผมเลยอยากถามบ้าง ว่าถ้าเป็นธุรกิจของเราบ้าง เราจะทำยังไงดี?
เราจะปัดลูกค้าก่อนมั้ย “ก็ผลประโยชน์ขององค์กรต้องมาก่อนสิ เดี๋ยวให้ไปสรรพากรก็มาเล่นหรอก”
หรือ เราจะช่วยเหลือผู้บริโภคที่เค้าจ่ายเงินมาแล้ว เดี๋ยวก็ตามไล่บี้กับ ensogo อีกที ดีมั้ย

ถ้าเป็นเราบ้าง จะทำยังไงดี?

Continue Reading

วิธีการกู้แอคเค้าน์เฟสบุ๊ค 1 : ด้วย SMS

ปกติผมจะมีพวกพี่ๆ ที่ออฟฟิศมาขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องมือถือ หรือคอมพิวเตอร์อยู่เรื่อยๆ เพราะที่ออฟฟิศจะมีผู้สูงวัย (สว.) อยู่เป็นจำนวนมาก แล้ววันนี้ก็ได้มีโอกาสกู้แอคเค้าน์เฟสบุ๊คอีกรอบ ทีนี้ขอถือโอกาสถ่ายรูปมาเขียนบล็อกซะเลย จะได้เอาไว้อ้างอิงคราวหน้า อิอิ (แต่ผ่านการเซ็นเซอร์จาก กบว. แล้วนะ ^^ )

วันนี้โชคดีของพี่เค้าที่เค้าเพิ่มเบอร์ไปในแอคเค้าน์เฟสบุ๊คด้วย เลยใช้ SMS ในการเปลี่ยนพาสเวิร์ดเท่านั้นเอง

เริ่มเลยละกัน วันนี้คุณพี่มาหาบอก “คุณไก๋…. พี่ทำอะไรก็ไม่รู้ กำลังจะกดแชร์โพสต์จาก ELVIRA แล้วมันมาหน้าจอนี้ ทำอะไรไม่ได้เลย”

บอกนิดนึง ที่ออฟฟิศจะเรียกผม “คุณไก๋” กันทั้งนั้น ไม่ใช่ผมให้เค้าเรียกนะ แต่เค้าเรียกกันเอง….   อ่ะ มาดูหน้าจอบนมือถือของพี่เค้ากัน

กดไปกดมา จน logout จาก facebook ซะงั้น.. จะพาสเวิร์ดไม่ได้ด้วย

จากที่เห็นในรูปนะครับ คือพี่เค้ากดไปกดมาจนกด logout จากเฟสบุ๊คซะงั้น แล้วคุณพี่ก็จำพาสเวิร์ดไม่ได้ด้วย อีเมล์ก็จำไม่ได้… ความซวยก็บังเกิดสิครับ ถ้าจำอะไรไม่ได้เลย อาจจะต้องถึงขนาดหาคนที่เป็นเพื่อนเราบนเฟสบุ๊คมาช่วยยืนยันนะเนี่ย -_-

พักแพร็พนึง เดี๋ยวกลับมาทำให้
.
.
.
.

กลับมาแล้ว ขั้นแรกเลย กด Forget Password หรือที่เห็นในรูปเป็นลิ้งก์ “ลืมรหัสผ่านใช่หรือไม่” แล้วเฟสบุ๊คจะเข้าเว็บดังรูปข้างล่างครับ

กดเข้ามาหน้าเว็บ Forget Password ของ Facebook

พอกดเข้ามาแล้ว เฟสบุ๊คจะถามข้อมูลเบื้องต้น อาจจะใช้อีเมล์ เบอร์โทรศัพท์ หรือ ชื่อ-นามสกุล ที่เราตั้งบนเฟสบุ๊คเอาไว้น่ะ (ใครจะใช้ “ใจเธอมีเขา ใจเรามีเธอ” ก็ได้นะไม่ว่ากัน ^^ )

อ่ะ ทีนี้ อีเมล์จำไม่ได้ เบอร์… ไม่แน่ใจ “พี่ๆ เป็นเฟรนด์ พี่อ้– ใช่ป่ะ ขอดูหน่อย เค้าใช้ชื่ออะไร”
พอได้มาแล้ว ก็ใส่เข้าไปในช่องข้อความครับ

ใส่ชื่อที่ใช้บนเฟสบุ๊ค แล้วกด Search

พอใส่ชื่อแล้ว ก็กดปุ่ม “ค้นหา” เลยครับ เฟสบุ๊คมันจะค้นเอาแอคเค้าน์ที่ใช้ชื่อนี้มาให้ตามรูปด้านล่างเลยนะ

Facebook ค้นหาชื่อที่เราใส่เข้าไป

อ่ะ พอเฟสบุ๊คค้นออกมาแล้ว เออ… มีสองแอคแฮะ -_- นี่แสดงว่าเค้าลืมพาสเวิร์ดมาแล้วทีนึง เลยสร้างแอคเค้าน์ใหม่มาแล้วครั้งนึง

ทีนี้ก็ ดูอันที่เค้าใช้ล่าสุดครับ.. ดูยังไง คิดๆ..
.
.
.
.
.
.

ก็ใช้แอคที่รูปโปรไฟล์เหมือนกับรูปแรกที่อยู่ข้างบนอ่ะ กดเข้าไปเลยครับ

จากรูปข้างบนนี้ จะเห็นว่า แอคเค้าน์นี้ ได้ใส่เบอร์มือถือเอาไว้แล้ว รอดครับ พอเรากดปุ่ม “ดำเนินการต่อ” เฟสบุ๊คจะส่งรหัสเพื่อตั้งรหัสผ่านใหม่ผ่านทาง SMS ไปที่เบอร์มือถือที่เราใส่ไว้กับเฟสบุ๊คครับ

กดเลยครับ ทีนี้รอ SMS ครับ

Facebook กำลังส่ง SMS มาหา รอๆๆ

รอหน่อยนะครับ ประมาณ 3 นาที ถ้าไปเร่งมัน เฟสบุ๊คมันจะบอกเองนะ “เห้ย รอหน่อยสิ ประมาณ 3 นาทีนะ!”

เมื่อได้รหัสมาทาง SMS แล้วรออะไร กรอกสิครัส

ได้ SMS มาแล้ว กรอกรหัสใส่ในหน้าเว็บเลยครับ

พอกรอกรหัสเสร็จแล้ว กดปุ่ม “ดำเนินการต่อ” ได้เลยครับ หน้าต่อไป เฟสบุ๊คให้เราตั้งพาสเวิร์ดใหม่สำหรับแอคเค้าน์นี้แล้วล่ะ ก็ตั้งพาสเวิร์ดใหม่ซะ แล้วก็จำด้วยล่ะ อย่าลืม

ตั้งพาสเวิร์ดเฟสบุ๊คใหม่ได้แล้ว เย้!

พอตั้งพาสเวิร์ดใหม่เสร็จแล้ว เฟสบุ๊คจะถามว่า จะให้ล็อคเอาท์ออกจากคอมฯ หรือมือถือตัวอื่นรึเปล่า?

ตั้ง password เสร็จแล้ว จะให้เครื่องอื่น logout ไปเลยมั้ยล่ะ

เลือกให้เสร็จ แล้วกดปุ่ม “ดำเนินการต่อ” ได้เลยครับ

เสร็จละ ทีนี้ก็ใช้เฟสบุ๊คด้วยพาสเวิร์ดใหม่ได้เลยครับ

ใช้ Facebook ได้แล้วล่ะ

แต่! โปรดสังเกต ตอนนี้เรายังใช้เฟสบุ๊คผ่านเว็บอยู่นะครับ ถ้าจะใช้ผ่านแอพละก็….. กลับไปรูปแรกเลยค่ะ! เอ้ย! ครับ ^^

กลับมาใช้เฟสบุ๊คบนแอพได้แล้วนะ ใช้ password ใหม่ด้วยล่ะ

ทีนี้ ก็อย่าลืมพาสเวิร์ดที่ตั้งใหม่กันนะครับ เดี๋ยวจะต้องวุ่นวายมากู้แอคเค้าน์กันอีก

คราวนี้ ก็… กู้เฟสบุ๊คให้แล้วนะครับ ง่ายๆ ด้วย SMS ที่เฟสบุ๊คส่งมาที่เบอร์มือถือที่เราใส่ไว้กับเฟสบุ๊คนะครับ
แต่คราวหน้า ถ้าเจอเคสหนักกว่านี้ จะมาเขียนตอนต่อไปนะครับ คราวหน้า เรื่องยาวกว่านี้อีก…..

Continue Reading

น้ำใจที่ไม่เคยลืม

เรื่องที่จะเล่าวันนี้เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยลืมเลย แม้จะผ่านมาจนถึงวันที่เขียนนี่ก็ร่วม 20 ปีแล้ว

วันนั้นผมเลิกเรียนที่อัสสัมชัญแล้วกลับมาที่บ้าน สมัยนั้นบ้านยังเป็นตึกแถวอยู่แถวซอยจินดาถวิล ถนนพระรามสี่ ใกล้ๆสี่แยกสามย่านนั่นแหละ

วันนั้นผมจะต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลเทพธารินทร์ตอนช่วง 6 โมงเย็น พอเลิกเรียนกลับถึงบ้าน ก็ออกจากบ้านเดินไปที่ป้ายรถเมล์ เพื่อที่จะนั่งรถเมล์ไปโรงพยาบาล

แต่รถเมล์เจ้ากรรมก็ไม่มาซักที รอตั้งนานก็ไม่มา ก็เลยตัดสินใจ เอาวะ! เดินไปเรื่อยก่อน ไปรออีกป้าย เดี๋ยวรถก็มา

ทีนี้ก็เดินไปเรื่อย ผ่านสามย่าน สภากาชาดไทย เดินไปรอป้ายรถเมล์

แล้วก็เดินไปเรื่อยๆ ผ่านโรงพยาบาลจุฬา ไปถึงสวนลุมฯ ก็ไม่มีรถมา… อ้าวรถเมล์ที่จะนั่งผ่านไปแล้ว… ก็เลยเดินไป

เดินไปจนถึงทางด่วนที่ผ่านถนนพระรามสี่ อยู่ดีๆ ฝนก็ตกลงมา หนักมากด้วย ผมก็วิ่งไปหลบฝน ค่อยๆไป จนไปถึงหน้าโรงรับจำนำใกล้ๆทางด่วน

ตอนนี้เราก็อยากเรียกแท็กซี่แล้วสิ ฝนก็ตกหนัก แท็กซี่ก็ไม่ค่อยมี รอไปเรื่อยๆ..

อยู่ดีๆ ก็มีรถแท็กซี่มาจอดอยู่ข้างหน้าผม ผมก็รีบเข้าไปที่รถเพื่อจะถามเค้าให้ไปส่งที่โรงพยาบาล

พอเข้าไป ก็เห็นว่าแท็กซี่มีคนอยู่แล้ว ลุงเค้าบอกว่า ขึ้นมาก่อนๆ เราก็เลยเข้ารถไป เค้าถึงถามจุดหมายของเรา เรารู้ทีหลังว่า แท็กซี่เค้ามากับครอบครัว

แล้วแท็กซี่ก็พาผมถึงโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย  แถมยังไม่เอาค่าโดยสารอีกต่างหาก ผมก็ลงจากรถพร้อมกับกล่าวขอบคุณเค้าอีกครั้ง..

นี่แหละครับ เป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆที่หาได้ยากในยุคสมัยที่พวกเราเร่งรีบกันตลอดเวลา และนี่เป็นเรื่องราวที่ผมไม่เคยลืมตลอดเวลาเกือบยี่สิบปี…

ขอบคุณครับ

Continue Reading

เริ่มใช้งาน AIS Super Wifi ที่ Starbucks แบบไม่ได้เป็นสมาชิก My Starbucks Rewards

ไปรับลูกเสร็จละ กลับมา Starbucks อีกที จากโพสต์ที่แล้ว เริ่มใช้ Free wifi ของ AIS ที่ Starbucks แบบเป็นสมาชิก My Starbucks Rewards ไปแล้ว ทีนี้ลองใช้แบบที่ไม่ได้เป็นสมาชิก My Starbucks Rewards บ้างดีกว่า
เริ่มแรก ก็เลือก Wifi SSID เป็น STARBUCKS_AIS เหมือนเดิมนะ

SSID: STARBUCKS_AIS สำหรับใช้ Free wifi ของ AIS ที่ Starbucks

เสร็จแล้ว เปิด browser เข้า google.com เหมือนเดิมตามสูตร ระบบจะ redirect ไปที่หน้าเลือกประเภทสมาชิกแบบด้านล่างนี้

พอเข้ามาหน้าแรกจะเป็นแบบนี้นะครับ

จากคราวที่แล้วกดปุ่ม “สมาชิก My Starbucks Rewards” ไปแล้ว ทีนี้ลองกดปุ่ม “ลูกค้าสตาร์บัคส์” บ้างละกัน

พอกดปุ่มไปแล้ว จะขึ้นหน้าล็อกอิน แบบรูปด้านล่างนี้นะครับ

หน้าล็อกอินเข้าใช้ Free wifi ของ AIS ที่ Starbucks
พอมาที่หน้านี้.. ก็ยังไม่มีล็อกอินอ่ะครับ กดปุ่ม “ลงทะเบียนใช้งาน” โลด!
พอกดเข้าไปแล้ว ก็ไปที่หน้ากรอกข้อมูลส่วนตัวครับ ชื่อ, นามสกุล, เลขประจำตัวประชาชน/หมายเลขพาสปอร์ต แล้วก็อีเมล์
หน้านี้ กรอกข้อมูลส่วนตัวครับ

 

พอกรอกเสร็จ กดช่องเครื่องหมายเพื่อยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน แล้วก็ กดปุ่ม “ลงทะเบียน” ครับ เพื่อจุดมุ่งหมายของเรา … Free wifi

กดปุ่มแล้ว ระบบจะแสดง username กับ password ไว้ให้เราใช้งาน Free Wifi ครั้งต่อไปครับ

username กับ password เอาไว้ใช้งานครั้งต่อไป.. ปิดเอาไว้ก่อนเนอะ ของผมอ่ะ

ทีนี้ กดปุ่ม “ยืนยัน” แล้วไปหน้าถัดไปนะ

มาถึงหน้านี้ ก็ใช้อินเตอร์เน็ตได้แล้วล่ะครับ ใช้กันได้ยาวเลยล่ะ กด Submit ให้เค้าด้วยนะครับ

กด Submit อีกทีเนอะ จะไปอีกหน้านึง หน้านี้จะมีปุ่ม Logout ด้วยล่ะ แล้ว browser จะเปิดหน้าใหม่ไป starbucks.co.th ให้ด้วย ใช้เน็ตเค้าฟรีแล้ว ซื้อของเค้าหน่อยนะครับ


Update 24/09/2016
 
วันลองเอา Username กับ Password ที่เคยได้มาคราวก่อนมาล็อคอินเข้าให้ลูก ปรากฎว่าใช้ไม่ได้ครับ เลยสมัครใหม่ ทีนี้ได้รับอีเมล์จาก AIS ด้วยล่ะ สรุปคือ Username ที่ได้มา ใช้ได้ถึง เที่ยงคืนเท่านั้นนะครับ ใช้ข้ามวันไม่ได้
อีเมล์ที่ได้จาก AIS
Continue Reading

เริ่มใช้ AIS Super Wifi ที่ Starbucks สำหรับสมาชิก My Starbucks Rewards

วันนี้มีโอกาสได้มานั่งที่ Starbucks Mega Bangna มารอลูกสอบ แล้วมาเจอ Free Wifi ของ AIS ที่ Starbucks เลยลองใช้ดู

 ทุกทีที่มานั่ง Starbucks ผมจะใช้ wifi ของ @truewifi วันนี้ก็เหมือนกัน ตอนแรกกำลังจะต่อ true wifi ก็เจอ SSID: STARBUCKS_AIS ตามรูปข้างล่างนี้เลยครับ

SSID: STARBUCKS_AIS สำหรับเข้าใช้ AIS Super Wifi ที่ Starbucks

ก็เลยลองใช้งานดู เปิด browser เข้า google.com ตามสูตร หน้าเว็บจะถูก redirect ไปเข้าหน้าลงทะเบียนตามรูปด้านล่างนี้นะ

หน้าแรกของ AIS Super Wifi ที่ Starbucks

เจอหน้านี้ปุ๊บ จะเห็นว่ามี 2 ปุ่ม กดเข้าไปเลยครับ ปุ่ม “สมาชิก My Starbucks Rewards” คือ… เป็นสมาชิก Starbucks อยู่แล้วน่ะ ^^ เดี๋ยวจะลองใช้แบบเป็นลูกค้า Starbucks แบบธรรมดาบ้าง

พอกดเข้าไป ก็จะเจอหน้าล็อกอินเข้าระบบ My Starbuck Rewards แบบรูปข้างล่างนี้นะ

หน้าล็อกอินเข้า My Starbucks Rewards

ล็อกอินเข้าไปแล้วว ก็เจอหน้าให้ใส่ข้อมูลส่วนตัว แบบนี้

หน้ากรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อใช้งาน AIS Super Wifi นะครับ
เสร็จแล้ว ก็ใช้ AIS Super Wifi ได้เลย!
ได้ใช้ AIS Super Wifi ละนะ ดูเวลาสิ ^^

กด Submit อีกทีเนอะ จะไปอีกหน้านึง หน้านี้จะมีปุ่ม Logout ด้วยล่ะ แล้ว browser จะเปิดหน้าใหม่ไป starbucks.co.th ให้ด้วย

ได้ใช้แล้ว ก็ลอง speedtest.net ก่อนเลยครับ ได้ประมาณ 28Mbps/4Mbps ความเร็วก็โอนะ ไม่ถึงกับหลังติดเบาะ ก็ถือว่าตามมาตรฐานของความเร็วอินเตอร์เน็ตสมัยนี้นะ
ทดสอบความเร็วของ AIS Super Wifi ที่ Starbucks ด้วย speedtest.net

จบละ สำหรับการเริ่มต้นใช้งาน AIS Super Wifi ที่ Starbucks เขียนบล็อกเสร็จปุ๊บ ต้องไปรับลูกพอดีเลย

ใช้เน็ตเค้าฟรีแล้ว ซื้อของเค้าหน่อยนะครับ ต่อไปทางร้านจะได้มีอะไรดีๆมาให้เราใช้กันอีกนะ ^^

… ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิก My Starbucks Rewards ก็ไปอ่านวิธีใช้เน็ตที่ Starbucks ฟรี ที่นี่เลยครับ เริ่มใช้งาน AIS Super Wifi ที่ Starbucks แบบไม่ได้เป็นสมาชิก My Starbucks Rewards

Continue Reading

ไส้เทียนที่สั้น

เทียนที่ไส้เทียนเหลือสั้นเกินไป จะจุดติดยาก เพราะตอนที่ไฟติดแล้ว น้ำตาเทียนที่ละลาย จะท่วมไส้เทียนทำให้ไฟดับ

อย่างน้อย เราต้องประคับประคองไส้เทียนให้สามารถจุดไฟให้ได้ก่อน ถ้าต้องขุดเทียนเพื่อให้ได้ไส้ยาวขึ้นก็ต้องทำ
พอจุดเทียนได้แล้ว ก็ต้องคอยดู ไม่ให้น้ำตาเทียนท่วมไส้เทียน อาจจะต้องปล่อยน้ำตาเทียนให้ไหลออกไปบ้างเพื่อไม่ให้ไฟดับ
เรื่องนี้ให้แง่คิดกับเราอะไรบ้าง? ผมอยากรู้นะ ช่วยตอบในคอมเม้นท์ด้านล่างหน่อยนะครับ ขอบคุณมากครับ

* แท็ก การเลี้ยงลูกด้วย เพราะมีพี่คนนึงบอกว่า นึกถึงการเลี้ยงลูกอ่ะครับ

Continue Reading

Hello 3rd Anniversay Blogging

วันนี้ตอนเช้าเกิดปัญหาเข้าเว็บ elvira.co.th ไม่ได้ เลยไม่ได้ทำงาน ก็นึกเกิดอยากเข้ามาเขียนบล็อก ทั้งๆที่ไม่ได้เขียนนานหลายเดือนแล้ว

ที่เขียนทิ้งไว้หลายอัน ก็อยู่ในมือถือ ซึ่งลบทิ้งไปแล้ว T-T

แล้ว wordpress ก็มี notification เล็กมาแจ้ง บอกว่าวันนี้เป็นวันครบรอบ 3 ปี ที่เราใช้ wordpress มา

ก็รู้สึก “เออ นี่ 3 ปี แล้วเนอะ เราเขียนๆพักๆ มา 3 ปีแล้วล่ะ”

มีอะไรหลายๆอย่างผ่านเข้ามา แล้วก็เกิดมาเป็นโพสต์หลายๆรูปแบบ หลากหลายเรื่องราว อย่างเช่น การเปลี่ยนชื่อของ Facebook Page ซึ่งตอนนี้ก็ใช้ไม่ได้แล้ว แต่ก็ยังมีคนเข้ามาดูเรื่อยๆ, ปัญหาต่างๆกับ Ubuntu, เรื่องสังคมอย่างน้ำท่วม, แอบลูกไปดูหนังกับแฟน ^^ และเรื่องราวอีกเยอะแยะเลย

20150502_173321

เลยเขียนโพสต์นี้มาบอกตัวเอง ว่าต่อจากนี้ จะพยายามเข้ามาเขียนเรื่อยๆ อย่างน้อยจะพยามเขียนให้ได้อาทิตย์ละ 1 โพสต์ละกันเนอะ

มีหลายๆอย่างที่อยากเขียนอีกเยอะเลย สงสัยต้องขยันมากกว่านี้เยอะๆเลยล่ะ

Continue Reading

บอกลาปีเก่า สวัสดีปีใหม่ “ทิ้งของเก่า รับของใหม่” ในมุมมองของโปรแกรมเมอร์

โพสต์นี้อาจจะดูแนวปรัชญานะครับ มันเริ่มจากที่ผมดู PHP library สำหรับติดต่อ MySQL เพื่อเอามาใช้งานน่ะครับ PHP จะยกเลิกไม่ใช้ library เก่าแล้ว แล้วมาใช้ library ใหม่แทน (mysqli, PDO MySQL)

จริงๆแล้วผมจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ตั้งนานมาแล้วล่ะครับ แต่ดองไว้นานจนถึงช่วงสิ้นปี ก็เลยถือโอกาสแล้วกันนะ

(คำเตือน: ต่อจากนี้จะมีภาษาคอมพิวเตอร์เยอะมาก ถ้ากลัวงง ข้ามไปช่วงท้ายเลยนะครับ)


ด้วยความที่เป็นคนทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านไอทีเยอะมาก อย่างสมัยก่อนที่เริ่มเขียนโปรแกรม ผมก็เริ่มจากภาษาเบสิค (BASIC), ปาสคาล (Pascal), ภาษาซี (C) ต่อมาก็มีภาษาจาว่า (Java) ซึ่งในสมัยนั้นเรียกได้ว่าฮือฮากันมากเลยครับ ตอนที่เรียน Data Structure ที่จุฬา ยังเรียนด้วยภาษาซีอยู่เลยครับ พอเป็นรุ่นน้องมาเรียน ก็เปลี่ยนเป็น Java ซะแระ แล้วต่อมา ก็มี Visual Basic, Visual C++, Visual Pascal พอใกล้จบ ตอนฝึกงานที่ SCB ก็ได้เรียน PHP มาในช่วงที่พึ่งออก PHP3 ใหม่ๆ ด้วยนะ

พอจบมาทำงานได้ซักพัก เอ๊ะ! เริ่มมี PHP Nuke เริ่มมีตัวช่วยมาเพิ่มแฮะ แล้วต่อมาก็มีโปรแกรมสำเร็จรูปเกิดขึ้นมาอีกมากมาย แรกๆ ก็จำพวก Content Management System (CMS) ซึ่งก็รวม WordPress ด้วยน่ะแหละ สมัยนี้มีพวก Framework อะไรต่างๆเกิดขึ้นมาเยอะแยะเลย พวก CakePHP, CodeIgnitor, YII Framework, Symfony, Laravel อีกเยอะแยะเลย

ขนาดโปรแกรมแชตในสมัยเรียนยังเล่น ytalk ใน UNIX อยู่เลย ต่อมามี MSN, ICQ มาสมัยนี้มี Social Network อย่าง Facebook, Twitter, Google+ กันแล้ว


ก็… ทั้งหมดทั้งมวล แค่จะบอกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ย่อมต้องมีสิ่งใหม่เกิดขึ้นมาเสมอ ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยีนะครับ ทางด้านสังคมก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด สิ่งที่เราจะต้องทำคือรับรู้สิ่งที่เปลี่ยนแปลง แล้วปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงให้ได้ ..จะทำงานก็ต้องรับรู้ข่าวสาร การเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับงานที่เราทำ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี งานดีไซน์ การตลาด เศรษฐกิจ สภาพสังคม เราต้องรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น แล้วปรับใช้กับชีวิตของเรานะครับ

สุดท้ายนี้ ปีเก่าก็จะไปแล้ว ปีใหม่ก็จะมา ขอให้เรามาดูว่า สิ่งที่ผ่านมา มีอะไรที่ดี เราก็เก็บมาใช้ อะไรที่ไม่ดี ก็ปล่อยทิ้งไป ปีใหม่ก็ปรับปรุงแก้ไขกันใหม่นะครับ

โพสต์นี้ก็ขอจบด้วย quote แล้วกันนะครับ

อย่ายึดติดกับความสำเร็จในอดีต เพราะวิธีการที่เคยใช้ได้ผลในอดีต อาจจะใช้ไม่ได้กับปัจจุบัน

Happy New Year 2015

สวัสดีปีใหม่ 2558 ครับ

Continue Reading