ฟังดร.เล่า: น้ำท่วมเมืองไทย 5 – ตีน้ำให้แตก

น้ำท่วมเมืองไทยปีพ.ศ. 2554 นี้มีความรุนแรงมากเหลือเกิน และมีดราม่ามากเหลือเกิน ยังไงใจเย็นๆกันนะครับ และขอให้เราผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ไปด้วยกันครับ

คราวนี้ผมขอนำเสนอทางแนวในการจัดการน้ำหลังน้ำท่วม โดยดร.ได้เล่าหลักการของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีการกระจายน้ำออกไปไม่ให้รวมกัน เพราะเมื่อน้ำอยู่รวมกันจะมีพลังมาก แต่ถ้าตีน้ำให้กระจายออกกำลังของน้ำก็จะน้อยลง

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา ดร.บอกว่าลืมเล่าให้พี่ @iPattt กับพี่ @warong (ฟังดร.เล่า: น้ำท่วมเมืองไทย 4 – น้ำท่วม…วาระแห่งชาติ) เกี่ยวกับแนวความคิดที่นำวิธีการที่ประเทศเกาหลีใต้มาใช้ในการจัดการน้ำมาใช้ในเมืองไทยเพื่อป้องกันน้ำท่วมอย่างยั่งยืน

น้ำท่วมเมืองไทย: เกาหลีใต้โมเดล (ขอเอามาใช้บ้างนะ :P)

ลักษณะภูมิประเทศของเกาหลี จะเป็นภูเขาซะส่วนใหญ่ การทำเกษตรกรรมก็จะต้องทำบนภูเขา และบนภูเขาในเกาหลีจะมีทางน้ำเป็นสาขาย่อยๆ จากทางน้ำสายใหญ่เพื่อให้น้ำสามารถเข้าถึงพื้นที่เกษตรกรรมได้ดี

Korea Boseong Greentea Garden
Photo: AgricultureGuide.org – Importance of Water in Agriculture

น้ำท่วมเมืองไทย: ตีน้ำให้แตก

สำหรับเมืองไทย ดร.ได้อธิบายต่อว่า ถ้าเราสามารจัดการน้ำได้โดยทำคลองจากแม่น้ำปิง ออกมาทั้งสองข้าง ก็จะสามารถทำให้ปริมาณของน้ำในแม่น้ำปิงลดลงและพลังของน้ำก็จะลดลงตามไปด้วย ดังนั้นเราจึงควรทำคลองให้แตกสาขาย่อยๆ ออกไปเยอะๆ เหมือนกับรากฝอยของต้นไม้ ดังรูปด้านล่างนี้

แนวทางการขุดคลองจากแม่น้ำปิง ดัดแปลงจาก Wikipedia – Chao Phraya River

เส้นสีดำแสดงคลองและอ่างเก็บน้ำที่น่าจะขุดขึ้นมาใหม่จากแม่น้ำปิง ซึ่งผมได้วาดขึ้นมาใหม่จากแผนที่ โดยยังไม่ได้คำนึงถึงระดับความสูงของพื้นที่

จากรูปจะเห็นว่าจะมีคลองที่แตกออกมาจากแม่น้ำปิง มีลักษณะคล้ายรากฝอยของต้นไม้ ซึ่งการผันน้ำเข้าสู่คลองย่อยๆเหล่านี้จะช่วยให้แรงดันน้ำในแม่น้ำปิงน้อยลงไปบ้าง ซึ่งถ้ายิ่งมีคลองมาก ก็จะสามารถผ่อนแรงดันของน้ำในแม่น้ำปิงได้มาก นอกจากนี้ยังในรูปยังมีอ่างเก็บน้ำ ซึ่งมีไว้เพื่อกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ในช่วงฤดูน้ำน้อยได้อีกด้วย

คลองเหล่านี้จะต้องมีประตูกั้นน้ำ ซึ่งจะสามารถเปิด-ปิดได้เพื่อควบคุมปริมาณน้ำในคลอง การขุดคลองเหล่านี้จะช่วยให้สามารถทำเกษตรกรรมในพื้นที่ที่ห่างไกลจากแม่น้ำปิง โดยดร.บอกว่า ปัจจุบันนี้ พื้นที่ที่ห่างจากแม่น้ำไปแค่ 10 กม. ก็เป็นพื้นที่แห้งแล้งแล้ว ดังนั้นการขุดคลองก็จะช่วยในการทำเกษตรกรรมได้มากขึ้น

น้ำท่วมเมืองไทย: การจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพที่ดร.ได้พูดถึง จะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำที่ไหลผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ตอนผมค้นหารูปเพื่อมาลง blog นี้ ก็เลยได้อ่านบทความเกี่ยวกับการจัดการน้ำเพื่อการเกษตรบ้าง อย่างเช่น

The ignorant and primitive watering not only wastes water but also damages the soil.
ที่มา: AgricultureGuide.org – Importance of Water in Agriculture

More crop for every drop
ที่มา: FOOD & FERTILIZER TECHNOLOGY CENTER – Improving Water Use Efficiency in Asian Agriculture

การศึกษาเรื่องการจัดการน้ำเพื่อให้สามารถใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพนี้มีมานานแล้ว แสดงให้เห็นว่าหลายประเทศได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพอย่างมาก ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เกษตรกรรมของประเทศพัฒนาขึ้นไปได้ ยังสามารถช่วยป้องกันน้ำท่วมได้อีกด้วย

Irrigation Canal in Korea
Photo: FOOD & FERTILIZER TECHNOLOGY CENTER – Improving Water Use Efficiency in Asian Agriculture

การป้องกันน้ำท่วมสามารถทำได้โดยการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีตัวอย่างการจัดการน้ำมากมายในต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น ในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นภูเขาซะส่วนใหญ่ ดร.เลยเล่าถึงกรณีน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในปีนี้ ที่น้ำในแม่น้ำปิงมีมากเกินไปทำให้น้ำมีพลังมาก การจัดการน้ำโดยขุดคลองจากแม่น้ำปิงออกไปทั้งสองฝั่งจะช่วยให้แรงดันของน้ำในแม่น้ำปิงน้อยลง และยังช่วยพัฒนาเกษตรกรรมตามแนวฝั่งคลองอีกด้วย

Continue Reading

ฟังดร.เล่า: น้ำท่วมเมืองไทย 4 – น้ำท่วม…วาระแห่งชาติ

วันที่ 16 ต.ค. 2554 ดร.ได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่ @iPattt (Tigeridea, iHearBand, iPattt.com) และพี่ @warong (Vai Vai Soft, jongblog.com) ซึ่งประเด็นหลัก ก็คือเรื่องน้ำท่วม ซึ่งมันเกี่ยวโยงไปถึงการทำงานของหน่วยงานราชการ และสิ่งที่ประเทศไทยควรจะทำหลังจากผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมปี 2554 ไปแล้ว

ดร.ได้เล่าเบื้องต้นถึงประสบการณ์การทำงานในกรมทรัพยากรธรณี ที่ได้ไปเข้าประชุมแทนอธิบดีทั้ง 4 คน สมัยดร.ยังทำงานอยู่ในกรมทรัพยากรธรณี ตัวอย่างเช่น อนุกรรมการลุ่มน้ำ คณะกรรมการคุ้มครองสัตว์ป่า ประชุมเรื่องผลของแผ่นดินไหวต่อประเทศไทยกับกรมอุตุนิยมวิทยา ประชุมเรื่องกฎหมายน้ำมันในสมัยอธิบดี ดร.ประภาส จักกะพาก ฯลฯ จนได้รู้ถึงวัฒนธรรมการทำงานของราชการไทย และเหตุผลที่คนที่มีฝีมือไม่อาจจะอยู่ในราชการไทยได้ และเล่าถึงวิธีการทำงานซึ่งต้องวางแผนกันตลอดปี ดังที่ผมเขียนไว้ใน ฟังดร.เล่า: น้ำท่วมเมืองไทย 3 – น้ำท่วม พ.ศ. 2554

น้ำท่วมเมืองไทย: น้ำท่วม…วาระแห่งชาติ

พี่ @iPattt ได้สอบถามถึงแนวความคิดสำหรับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาวว่าควรจะต้องจัดตั้งกระทรวงใหม่เพื่อมาจัดการเรื่องภัยพิบัติโดยเฉพาะหรือไม่ ดร.บอกว่า ไม่ควรที่จะตั้งเป็นกระทรวงหรือกรม ควรที่จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขเท่านั้น ไม่ควรให้มีตำแหน่งใหญ่โต โดยให้คณะทำงานนี้ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี เพื่อให้สามารถขอข้อมูลจากหน่วยงานอื่นได้ง่าย และเมื่อเอาแผนงานมาใช้งานจริง ก็จะสามารถทำงานได้โดยไม่ติดขัด

น้ำท่วมเมืองไทย: Mega Project

สำหรับแนวทางในการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมนั้น ดร.บอกว่า ประเทศไทยอาจจะขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศเพื่อมาศึกษาข้อมูลปริมาณน้ำในไทย และสร้างวิธีการแก้ปัญหาน้ำท่วมในเชิงบูรณาการ

ภาพน้ำท่วมในเนเธอร์แลนด์เมื่อปี 1953
Photo: Getty Images via WIRED – Before the Levees Break: A Plan to Save the Netherlands

ดร.บอกว่าประเทศไทยอาจจะขอความช่วยเหลือผ่านทางสถานทูตเพื่อขอผู้เชี่ยวชาญเพื่อมาช่วยศึกษาวิธีการแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยอาจจะติดต่อไปที่เนเธอร์แลนด์ หรือเกาหลีใต้ก็ได้ อย่างในเกาหลี เค้ามีการจัดการน้ำของเค้าเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ดังจะเห็นได้จากที่มีการทำนาเป็นขั้นบันไดเพื่อให้น้ำที่ลงมาตามเขาได้ผ่านที่นามากที่สุด และยังผันน้ำออกไปยังลำน้ำย่อยๆอีกเยอะแยะ ซึ่งจะสามารถใช้ประโยชน์จากน้ำได้มากที่สุดก่อนน้ำจะไหลลงทะเลไป
ทั้งนี้ดร.ยังเล่าถึงวิธีการหาทุนที่ดร. ได้เรียนรู้ตอนที่เป็นเลขาฯให้กับดร.ซี วาย ลี ที่ ESCAP ประเทศไทย โดยดร.ลี ได้สอนถึงขั้นตอนการเรียกประชุมตัวแทนประเทศผู้เกี่ยวข้อง เพื่อคุยถึงแนวความคิด และความเห็นของประเทศต่างๆ เมื่อรับฟังข้อคิดเห็นและปรับแก้จนเรียบร้อยแล้ว จึงส่งหนังสือไปให้ผู้แทนประเทศเหล่านั้นเพื่อเซ็นรับรอง เมื่อเซ็นรับรองแล้ว ดร.ลี ก็ติดต่อไปยังประเทศที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อขอผู้เชี่ยวชาญเพื่อมาศึกษาข้อมูลตามที่เราต้องการ ซึ่งดร. บอกว่า ตรงจุดนี้ นักวิชาการทุกคนก็อยากจะมาเพราะทุกคนอยากจะมีผลงานที่มีคุณค่า และได้เที่ยวต่างประเทศโดยที่ใช้ทุนของสหประชาชาติ ด้วยวิธีการนี้ ดร.ได้เอามาปรับใช้กับงานในกรมทรัพยากรธรณี เพื่อขอทุนจากต่างประเทศมาทำโครงการ และสามารถส่งลูกน้องไปเรียนต่อในต่างประเทศจนจบปริญญาเอกมาหลายคนแล้ว

น้ำท่วมเมืองไทย: สิ่งสำคัญ – การบริหารจัดการน้ำ

ดร.บอกว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการแก้น้ำท่วมคือการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่การแก้ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า เพราะปัญหาการตัดไม้ทำลายป่านั้นมีมานานกว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งในสมัยนั้น ก็ยังสามารถจัดการน้ำไม่ให้ท่วมได้ ดร.ยังเล่าถึงการประชุมกับกรมป่าไม้เกี่ยวกับการออกใบอนุญาตเพื่อตัดไม้ ดร.บอกว่าไม่รู้ว่าจะออกใบอนุญาตอีกทำไมกัน เพราะกรมป่าไม้จริงๆแล้ว จะต้องสงวนพื้นที่ป่าเอาไว้ หรือควรจะต้องเปลี่ยนชื่อกรมใหม่เป็น “กรมปลูกป่า” และไม่ควรให้มีการออกใบอนุญาตตัดไม้อีก

ดร.เล่าให้ฟังถึงเขื่อนภูมิพลว่า สมัยเข้าป่าเพื่อสำรวจได้เคยไปดูเขื่อนภูมิพลตอนที่ยังก่อสร้างอยู่ด้วย จริงๆแล้วในการออกแบบเขื่อนจะต้องออกแบบให้สามารถรับแรงดันน้ำได้มากอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าน้ำจะเต็มเขื่อนก็ตาม และเขื่อนนั้นจะต้องมีการออกแบบสำหรับ overflow อยู่แล้ว ซึ่งถ้าระดับน้ำสูงถึง overflow ก็สามารถปล่อยให้น้ำออกทาง overflow ได้ (ข้อมูลเพิ่มเติมจากพี่ @piyadit: เขื่อนจะมี Spillway (ทางน้ำล้น) โดยความสามารถในการรับน้ำของเขื่อนคิดที่ความสูงเท่ากับ Spillway หากมากกว่าแสดงว่าระดับน้ำอยู่เหนือ Spillway ครับ ซึ่งปกติการออกแบบเขื่อนจะออกแบบเผื่อสำหรับระดับน้ำที่อยู่เหนือ Spillway ประมาณ 2-4ม. แล้วแต่ขนาดเขื่อน หากน้ำเหนือเขื่อนมากก็ควรปล่อยน้ำออกบ้างมิฉะนั้นSpillway ระบายไม่ทัน นอกจากนี้แล้วระบบเขื่อนยังติดตั้งระบบ Instrumentation เพื่อวัดค่าความดันน้ำ,การซึมน้ำ ฯลฯ เพื่อให้แน่ใจว่าเขื่อนอยู่ในสภาพดี ทำงานได้)

พี่ @piyadit ช่วยให้ข้อมูลเรื่องการออกแบบเขื่อน

ดร. ยังพูดถึงคุณปลอดประสพ สุรัสวดีว่า คุณปลอดประสพนั้นเป็นคนเก่งมาก แต่เกรงว่าอาจจะไปไม่รอดกับการเป็นรัฐมนตรีและทำให้เสียคนเก่งไป เพราะคุณปลอดประสพเป็น Technocrat แต่ต้องมาปะทะกับ Aristocrat ด้วยความที่เป็นคนเถรตรง อาจจะทำให้ไม่มีความยืดหยุ่นพอที่จะบริหารจัดการงานกระทรวงได้

น้ำท่วมเมืองไทย: ถนนริมแม่น้ำเจ้าพระยา

Photo from NYDailyNews.com – Brooklyn Bridge Park: The new Central Park?

พี่ @iPattt ได้สอบถามดร. เกี่ยวกับแนวคิดที่ควรจะต้องทำทำนบกั้นดินหล่นไปในแม่น้ำดังที่ผมเคยเขียนเอาไว้ใน ฟังดร.เล่า: น้ำท่วมเมืองไทย 2 – ทางออก(ของน้ำใน)ประเทศไทย นั้น ดร.อธิบายถึงแนวความคิดนี้ว่า เราควรกั้นคอนกรีตตามแนวริมแม่น้ำ สร้างให้สูงและกว้าง ทำเป็นถนนไปเลย ดังในหลายๆ เมือง เช่น ลอนดอน ปารีส นิวยอร์ก โซล ก็จะมีถนนและสวนสาธารณะริมแม่น้ำ แล้วก็สามารถทำให้เป็นจุดท่องเที่ยวไปด้วยในตัว

น้ำท่วมเมืองไทย: วิกฤตน้ำท่วม 2554

น้ำท่วมในปี พ.ศ. 2554 นี้ ดร.บอกว่า ตอนนี้เราควรจะช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตกันให้ได้ก่อน คอยภาวนาให้สามารถระบายน้ำได้เร็ว ไม่ให้มีพายุเข้ามาอีก เมื่อผ่านพ้นวิกฤตไปแล้วก็ควรจะศึกษาปัญหาเพื่อที่จะแก้ปัญหาในระยะยาวต่อไปครับ

Continue Reading

ฟังดร.เล่า: น้ำท่วมเมืองไทย 3 – น้ำท่วม พ.ศ. 2554

น้ำท่วมเมืองไทยปีนี้ (พ.ศ.2554) ดูเหมือนว่าจะหนักกว่าน้ำท่วมในปีพ.ศ.2538 อีกนะครับ แต่ปีนี้เปลี่ยนจากน้ำท่วมในภาคอีสานมาเป็นน้ำท่วมในภาคเหนือแทน โดยน้ำที่ท่วมนั้นท่วมมาจากภาคเหนือซึ่งรวมถึงจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก

น้ำท่วมเมืองไทย: เล่าเหตุการณ์ปี พ.ศ.2554

น้ำท่วมมีสาเหตุมาจากปริมาณน้ำฝนที่มากผิดปกติจากพายุนกเตนที่เข้ามาในช่วงเดือนสิงหาคม พ.ศ.2554 โดยน้ำท่วมจังหวัดทางภาคเหนือก่อน จากนั้นน้ำท่วมก็ขยายลงมาตามแม่น้ำปิง ประกอบกับมีพายุเข้ามาซ้ำอีกจนน้ำได้เข้าแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นพื้นที่ภาคกลาง โดยมีน้ำท่วมในหลายจังหวัดรวมถึง พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง นครสวรรค์ จนกระทั่งน้ำท่วมได้เข้ามาถึงจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี มีนบุรี และกรุงเทพในเขตรอบนอกคันกั้นน้ำ ทำให้คนกรุงเทพต่างรู้สึกตื่นตระหนกกันไปหมด ทั้งซื้อของเพื่อตุน เอารถไปจอดในที่สูงเพื่อหนีน้ำท่วม

น้ำท่วมนั้นได้ท่วมถนนสายหลักๆของประเทศอย่างเช่น ถนนสายเอเชีย ถนนพหลโยธินช่วงวังน้อย ทำให้การขนส่งเป็นไปได้อย่างลำบาก และน้ำได้ท่วมนิคมอุตสาหกรรมหลักๆในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งนิคมฯโรจนะ นิคมฯไฮเทค นิคมฯนวนคร

น้ำท่วมเมืองไทย: ถนนสายหลักของประเทศ

เมื่อ 13 ต.ค. 2554 ผมได้คุยเรื่องน้ำท่วมกับดร. หลังจากที่ดร.กลับจากทำงานที่ต่างจังหวัด เมื่อดร.ได้ฟังข่าวที่น้ำท่วมถนนพหลโยธินช่วงอำเภอวังน้อย ก็พูดออกมาว่า จริงๆแล้วมันควรจะทำให้ถนนที่เป็นถนนสายหลักให้สูงกว่านี้ และควรจะมีถนนที่ใช้เป็นสายสำรองได้อีก 2 สาย: ไปทางนครราชสีมา และทางสุพรรณบุรี เพื่อที่ว่าถ้าถนนเส้นใดเส้นหนึ่งถูกตัดขาด เราก็สามารถใช้เส้นทางอื่นในการขนส่งได้ นี่ถ้าเราอยู่ในภาวะสงครามแล้วไม่สามารถใช้ถนนที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ได้อย่างนี้ ประเทศไทยจะแย่

น้ำท่วมเมืองไทย: การวางแผนประจำปี

นอกจากนั้น ดร.ยังเล่าอีกว่าได้ฟังวิทยุที่อดีตอธิบดีกรมชลประทาน นายปราโมทย์ ไม้กลัด ออกมาพูดเกี่ยวกับปริมาณน้ำปีนี้ (2554) ที่มีปริมาณมากกว่าปกติไม่มากนัก ซึ่งจริงๆแล้วทางกรมชลประทานควรจะมีการปล่อยน้ำออกจากเขื่อนมาก่อนหน้าที่จะน้ำฝนจะมา (อ่านเพิ่มเติม: ปราโมทย์ ไม้กลัด ไขแนวทางแก้วิกฤตน้ำท่วม ไม่เห็นจะน่าวิตกเลย…ต้องแยกพฤติกรรมน้ำให้ออก – ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง)

ประเด็นนี้ ดร.เลยเล่าให้ฟังว่า สมัยทำงานวางแผนงบประมาณที่กรมทรัพยากรธรณี จะต้องมีการวางแผนกันทั้งปี จะต้องรู้ว่าจะเข้าไปสำรวจในป่าเมื่อไหร่ จะต้องศึกษาข้อมูลฤดูฝนย้อนหลัง 50 ปี เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าจะต้องออกจากป่าเมื่อไหร่ เพราะถ้าออกมาไม่ทันจะออกจากป่าไม่ได้ และจะต้องเสียงบประมาณอีกมากมาย อีกทั้งเราจะต้องรับผิดชอบชีวิตอีกหลายชีวิตซึ่งพ่อแม่ญาติพี่น้องของเค้าก็จะต้องเป็นห่วง

Continue Reading