ฟังดร.เล่า: น้ำท่วมเมืองไทย 2 – ทางออก(ของน้ำใน)ประเทศไทย

สวัสดีครับ วันนี้ผมมาเล่าเรื่องน้ำท่วมเมืองไทยต่อจากเมื่อวานครับ โดยวันนี้ (20 ต.ค. 2553) หนังสือพิมพ์ Bangkok Post ได้ลงรูปแผนผังแม่น้ำในภาคกลางของประเทศไทย ซึ่งผมขอเอามาทำรูปประกอบบทความนี้ครับ

น้ำท่วมเมืองไทย: สาเหตุของน้ำท่วมโคราชและวิธีแก้ไข

ข่าวน้ำท่วมในจังหวัดนครราชสีมา ทางช่องทีวีไทยเมื่อวานนี้ (19 ต.ค. 2553) ตอนค่ำ รองอธิบดีกรมชลประทานได้บอกสาเหตุของการที่น้ำท่วมในตัวเมืองโคราชนั้นเป็นเพราะมีปริมาณน้ำฝนมากผิดปกติ ประกอบกับพื้นที่รองรับน้ำน้อยลงไป ซึ่งทางกรมชลประทานก็มีตัวเลขปริมาณน้ำที่ไหลสำหรับอุทกภัยคราวนี้ และตัวเลขความสามารถในการรองรับน้ำของแม่น้ำด้วย ตรงนี้พ่อผมบอกว่า นี่ไงล่ะ น้ำท่วมเพราะพื้นที่ระบายน้ำน้อยนี่เอง แล้วถ้ามีตัวเลขแล้ว ทำพื้นที่รองรับน้ำให้เป็น 2 เท่าได้มั้ย ในเมืองนอกเค้าถึงขนาดเวรคืนที่ดินเพื่อเอามาทำคลองระบายน้ำเลยนะ (เห็นมีแต่เวรคืนเพื่อทำถนน) เป็นถึงอธิบดีก็ได้ไปเมืองนอกบ่อยอยู่แล้วนี่

น้ำท่วมเมืองไทย: แนวทางการเพิ่มทางระบายน้ำออกทะเล

แผนผังแม่น้ำที่ไหลเข้าแม่น้ำเจ้าพระยา
แผนผังแม่น้ำที่ไหลเข้าแม่น้ำเจ้าพระยา

แล้ววันนี้ (20 ต.ค. 2553) พ่ออ่าน Bangkok Post เรื่องน้ำท่วมแล้วเรียกผมไปดูแผนที่ที่แสดงแม่น้ำสายต่างๆที่ลงมาที่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะเห็นได้ว่าแม่น้ำทุกสายจะลงมาเป็นคอขวดที่แม่น้ำเจ้าพระยา พ่อชี้แผนที่แล้วอธิบายตำแหน่งที่ควรจะทำทางระบายน้ำเพื่อปันน้ำออกไป (รูปที่ 1) ไม่ให้น้ำเข้ามาที่กรุงเทพมากเกินไปจนน้ำท่วม โดยเส้นสีดำแสดงเส้นทางที่ควรจะทำทางระบายน้ำเพิ่มเติมดังนี้

  1. แม่น้ำสะแกกรัง-แม่น้ำสุพรรณบุรี
  2. ขยายจุดรวมแม่น้ำตรงช่วงจังหวัดนครสวรรค์
  3. แม่น้ำน้อย-อ่าวไทย ออกทางจังหวัดสมุทรสาคร
  4. เขื่อนพระรามหก-อ่าวไทย โดยออกช่วงจังหวัดสมุทรปราการหรือฉะเชิงเทรา

น้ำท่วมเมืองไทย: ส่งท้าย

พ่อยังเสริมอีกว่า กรุงเทพฯเป็นพื้นที่ราบลุ่มต่ำ มันง่ายอยู่แล้วที่น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ ก็เล่นเอาพื้นที่ทำนามาสร้างตึกมันก็ไม่มีที่ให้น้ำไปสิ ซึ่งการจะแก้น้ำท่วมโดยทำให้พื้นที่กรุงเทพสูงขึ้นมันทำไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงควรจะแก้น้ำท่วมโดยการผันน้ำออกไปทางอื่นดีกว่า แล้วต้องทำทำนบกั้นดินหล่นไปในทางระบายน้ำด้วยนะ อย่างใน Zermatt, Switzerland ลูกก็เคยไปเห็นแล้วนี่ ซึ่งผมขอจบไว้ตรงนี้กับรูปสวยๆจาก Zermatt เลยแล้วกันนะครับ

photo – Flickr: More hotels along the canal at Zermatt near Matterhorm, Switzerland, summer, June 2006 by Joyce Seah_Singapore@flickr

Continue Reading

ฟังดร.เล่า: น้ำท่วมเมืองไทย 1

น้ำท่วมในจังหวัดทางภาคอีสานของประเทศไทย ทำให้ผมได้มีโอกาสคุยกับพี่ @iPattt ถึงเรื่อง ความสบายของคนกรุง vs. ความเดือดร้อนของคนชนบท ซึ่งผมมีมุมมองต่างออกไป

แนวความคิดเรื่องน้ำท่วมของผมนั้นเริ่มมาจากที่ผมดูข่าวเรื่องน้ำท่วม แล้วคิดว่าทำไมเราไม่มีการจัดการน้ำที่ดีกว่านี้ ขนาดในสมัยอียิปต์โบราณยังมีการจัดการเรื่องชลประทานที่ดีเลย ก็เลยไปถามพ่อผมเกี่ยวกับเรื่องนี้

น้ำท่วมเมืองไทย: บทบาทของนักวิชาการ

เรื่องน้ำท่วมนั้น พ่อบอกว่าจริงๆแล้วนักวิชาการในส่วนราชการไทยมีคนที่มีความรู้ในการจัดการน้ำอยู่เยอะ แต่ไม่มีคนที่ทำจริงๆซักที คนที่ทำก็ไม่รู้จริง

น้ำท่วมเมืองไทย: แนวความคิดในการแก้ปัญหา

การที่จะแก้ปัญหาน้ำท่วมได้นั้นจะต้องมีการศึกษาเก็บข้อมูลน้ำเพื่อทำการวิเคราะห์ปริมาณน้ำซะก่อน โดยเมื่อมองแนวเทือกเขาเป็นตัวแบ่งระหว่างลุ่มน้ำ (รูปที่ 1) ก็จะเห็นว่ามีลุ่มน้ำส่วนหนึ่งที่มีน้ำเยอะ และจะมีลุ่มน้ำอีกส่วนหนึ่งที่มีน้ำน้อย

หลักการของการแก้ปัญหาน้ำท่วมคือการกระจายน้ำจากส่วนที่น้ำเยอะไปสู่ส่วนที่มีน้ำน้อย โดยจะต้องมีการดำเนินการในส่วนนี้คือ น้ำที่มาจากภูเขา จะต้องมีการปันน้ำออกไปทางอื่น เพื่อเป็นการแบ่งน้ำที่จะไหลลงลุ่มน้ำให้น้อยลงไป โดยการจะบอกได้ว่าจะปันน้ำยังไง เมื่อไหร่ ก็จะต้องทำการศึกษาเพื่อเก็บข้อมูลปริมาณน้ำและทำการวิเคราะห์ในเชิงกว้างทั้งประเทศ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลมาประเมินปริมาณของน้ำในแต่ละส่วนได้

น้ำท่วมเมืองไทย: กรุงเทพฯ

สำหรับน้ำท่วมในกรุงเทพฯที่มีบทความของ @fringer เรื่อง ความสบายของคนกรุง vs. ความเดือดร้อนของคนชนบท ซึ่งตรงนี้ผมเห็นด้วยกับพี่ @iPattt ครับ แต่แนวทางแก้ปัญหาต่างกันไปครับ

สาเหตุของน้ำท่วมในกรุง้เทพฯนั้น พ่อเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนกรุงเทพฯน้ำไม่ท่วมครับ โดยคลองต่างๆ ยังมีขนาดใหญ่กว่านี้เยอะ ยกตัวอย่างคลองเลียบถนนวิภาวดี-รังสิต ซึ่งเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน (เขียนบทความปี พ.ศ. 2553) คลองระบายน้ำข้างถนนจะมีขนาดกว้างกว่าปัจจุบันนี้ประมาณ 3 เท่าครับ ทำให้สามารถระบายน้ำได้ดี แต่เมื่อมีการขยายถนน มีการสร้างตึก ก็ทำให้ทางระบายน้ำต้องน้อยลงไปครับ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำท่วมกรุงเทพฯครับ

และอีกสาเหตุของน้ำท่วมในกรุงเทพฯที่ผมได้คุยกับพ่อในวันนี้ (19/10/2553) เกี่ยวกับการที่ต้องปันน้ำให้อยู่ภายนอกกรุงเทพฯจากบทความของ @fringer ข้างต้น พ่อบอกว่าพื้นที่กรุงเทพฯเป็นพื้นที่ราบลุ่มปากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะมีตะกอนดิน (silt) ไหลมากับแม่น้ำ รวมมาเป็นสันดอนปากแม่น้ำ ซึ่งตะกอนเหล่านี้บางส่วนก็จะตกตะกอนอยู่กลางทาง พ่อบอกว่าถ้า 10 ปีก่อนแม่น้ำเจ้าพระยาลึกระดับหนึ่ง (รูปที่ 2 ด้านซ้าย) แล้วสมมุติว่าสามารถรองรับน้ำที่ไหลมาปีละ 10 ล้านลูกศก์เมตร แล้วทีนี้ตะกอนก็ไหลมาสะสมเรื่อยๆ ทุกวัน ทุกปี และที่ปากแม่น้ำก็มีตะกอนไหลมาเติมเหมือนกัน จนแม่น้ำตื้นเขินกว่าที่เคยเป็นดังในรูปที่ 2 ด้านขวา แต่ทีนี้น้ำยังไหลเท่าเดิม ก็จะทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและทำให้น้ำท่วมกรุงเทพในที่สุดครับ

สำหรับวิธีแก้ไขน้ำท่วมในกรุงเทพฯ พ่อบอกว่าจะต้องขุดลอกแม่น้ำตั้งแต่ต้นสาย เรื่อยมาจนออกทะเลไป โดยต้องทำอยู่อย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งควรจะต้องก่อเขื่อนกั้นดินริมฝั่งแม่น้ำ เพื่อกันดินที่ยังร่วนอยู่ ไม่ให้ลงมาในแม่น้ำ โดยจะต้องกั้นลึกลงไปจนถึงระดับดินแข็งที่อัดตัวแน่นแล้ว เพราะดินกรุงเทพเป็นดินร่วนครับ อย่างเวลาตอกเสาเข็มยังต้องตอกลึกลงไปถึงชั้นดินที่อัดตัวแน่นแล้วครับ ตรงนี้พ่อบอกว่ารัฐต้องใช้งบประมาณมหาศาลซึ่งมากกว่าการที่ไปให้ค่าตอบแทนกับชาวนาที่ให้ที่นาสำหรับปันน้ำไม่ให้เข้ามาในกรุงเทพฯ เยอะนักครับ

น้ำท่วมเมืองไทย: ปิดท้าย

พ่อบอกว่าการแก้ปัญหาน้ำท่วม ก็เหมือนกับปัญหารถติด ซึ่งจะต้องมีการแก้ปัญหาจากภาพรวมโดยกว้าง และจะต้องแก้กันในระยะยาว โดยควรจะต้องมีวิศวกรมาเก็บข้อมูลและศึกษาแนวทางแก้ไข เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างเป็นระบบต่อไปครับ

สำหรับคราวนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ ไว้วันหลังจะมาเล่าเรื่องอีกครับ

Continue Reading

Mount FTP Server บน Linux ด้วย FUSE

เราสามารถ mount FTP Server ให้เป็น directory ใน Linux ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กับ Programmer ที่ใช้ Linux บ้างนะครับ

Mount FTP Server: แนะนำ FUSE

แนะนำกันก่อนนะครับ FUSE (Filesystem in userland) เป็น userland ที่สร้างขึ้นบน virtual filesystem (ไม่รู้แปลยังไงนะ) ซึ่งช่วยให้เราสามารถจัดการระบบไฟล์ได้จากโปรแกรมที่เราใช้อยู่ได้โดยตรง แล้วก็มีโปรแกรมเมอร์ใจดี Robson Braga Araujo มาช่วยพัฒนาตัวช่วยให้เรา โดยใช้ FUSE และ curl เพื่อให้เราสามารถ mount ftp server เป็น directory ในเครื่องเราได้ ซึ่งก็คือ curlftpfs

Mount FTP Server: ใช้ FUSE แล้วทำอะไรได้บ้าง?

ใช้ FUSE mount FTP แล้วทำได้หมดเลยครับ ทั้ง copy, paste, ย้ายไฟล์, ลบทิ้ง ตราบใดที่โปรแกรมของคุณยังเข้า folder ที่ mount เอาไว้ ก็ทำอะไรก็ได้ครับ สะดวก ไม่ต้องใช้ ftp เพื่อจัดการไฟล์

Mount FTP Server: ทำยังไง?

ก่อนจะ mount ftp มาที่เครื่อง Linux ของคุณ ต้องสร้าง folder ขึ้นมาก่อน
ในตัวอย่างนี้ใช้ myftp

จากนั้นก็ mount ftp server มาที่ folder ที่เราสร้างไว้ โดยใช้คำสั่งนี้เลยครับ

sudo curlftpfs -o allow_other ftp://myusername:mypassword@ftp.mydomain.com myftp

แค่นี้ก็สามารถเข้าเซอร์เวอร์ผ่านโฟลเดอร์ myftp ได้แล้วครับ

Mount FTP Server: แล้วเอาออกยังไง?

การเอา FTP Server ที่ mount เอาไว้ออก ให้ใช้คำสั่งนี้ครับ

sudo umount myftp

Mount FTP Server: ทำให้ง่ายขึ้น..เอาใส่ใน /etc/fstab

จะ mount FTP Server ให้ง่ายขึ้น ก็เพิ่มบรรทัดนี้เข้าไปใน /etc/fstab นะครับ

curlftpfs#myusername:mypassword@ftp.mydomain.com /mnt/myftp fuse allow_other,rw,user,noauto 0 0 

ด้วย noauto ที่อยู่ข้างท้าย ระบบจะไม่ mount FTP Server ให้อัตโนมัติเมื่อรีสตาร์ทเครื่องใหม่ครับ ซึ่งต้อง mount เองนะครับ แต่คราวนี้ไม่ต้องเขียนคำสั่งยาวๆแบบข้างบนแล้วครับ แค่ใช้คำสั่งนี้:

sudo mount /mnt/myftp 

ถ้าสังเกตุดีๆจะเห็น allow_other ด้วยนะครับ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถเข้า /mnt/myftp ได้โดยไม่ต้องเป็น root นะครับ

Mount FTP Server: คนอื่นจะเห็น password มั้ยเนี่ย?

ถ้าใช้คำสั่งนี้

ps aux | grep curlftpfs 

จะทำให้เราเห็น username กับ password ที่ใช้เข้า FTP Server ของเราได้ ซึ่งตามเจ้าของบทความเขียนไว้ เค้าเลยสร้าง .netrc ไว้ใน directory ของ root ดังนี้ครับ

1. สร้าง /root/.netrc แล้วใส่ code ดังนี้ครับ

machine ftp.byexamples.com
login myusername
password mypassword

2. แล้วแก้โหมดของไฟล์ซะใหม่

sudo chmod o-rw /root/.netrc

3. แล้วแก้ /etc/fstab ให้ไม่โชว์ password

curlftpfs#ftp.mydomain.com /mnt/myftp fuse allow_other,rw,user,noauto 0 0

คราวนี้ ถึงแม้ว่า /root/.netrc จะเป็นข้อความ แต่ก็ดูไม่ได้แล้วครับ เพราะต้องเป็น root ถึงจะดูได้

ที่มา – Mounting ftp host to local directory on top of FUSE

Continue Reading