วิธีแก้เมื่อ iMac Boot ไม่ผ่าน

ค้น Google บน Galaxy S6 Edge หาวิธีแก้ iMac Boot ไม่ผ่าน

เจ้า iMac ของแฟนผม มันก็อายุมากแล้วนะ มันก็เป็น iMac  ช่วง​ Mid 2011 อายุมันก็เยอะพอสมควรแล้วล่ะ

พอเกิดปัญหาที ก็ถึงคราวผม ที่เกิดจบวิศวะคอม จะต้องมาแก้ปัญหาซะนี่

แก้มาหลายครั้งละ ก็รวบรวมมาเขียนเป็นบล็อกเลยซะแล้วกัน คราวต่อไปจะได้มีข้อมูลเอาไว้ใช้ได้…

Continue Reading

Movie Review: The Great Wall

review great wall movie

นานๆที จะได้มีโอกาสดูหนังซะครั้งนึง เลยถือโอกาสสิ้นปี 2559 ไปดูหนังซักเรื่องนึง ตอนแรกก็เลือกกันอยู่ระหว่างสามเรื่อง The Great Wall, La La Land แล้ว Passengers สุดท้าย ด้วยปัจจัยเรื่องเวลาและโชค ก็เลือกดูที่ The Great Wall

The Great Wall Movie: นักแสดง

หนัง The Great Wall ที่ไปดู กำกับโดย จางอี้โหมว Zhang Yimou (Hero, House of Flying Daggers) นำแสดงโดย Matt Damon และนักแสดงจีนหลายคน เช่น จิ่งเถียน (Jing Tian) หลิวเต๋อหัว (Andy Lau)

The Great Wall - Matt Damon
The Great Wall – Matt Damon
The Great Wall - Jing Tian
The Great Wall – Jing Tian
The Great Wall - Andy Lau
The Great Wall – Andy Lau

The Great Wall Movie: เนื้อเรื่องคร่าวๆ

The Great Wall เป็นเรื่องราวในจีน เกี่ยวกับกำแพงเมืองจีนในอีกมุมมองนึง… ที่ว่า กำแพงถูกสร้างมาเพื่อป้องกันข้าศึก ที่ไม่ใช่มนุษย์ เทาเทีย (Tao Tie) ซึ่งเป็นสัตว์ประหลาดที่จะมาโจมตีทุกๆ 60 ปี

เทาเทีย (Tao Tie)
เทาเทีย (Tao Tie)
The Great Wall - Tao Tie
The Great Wall – Tao Tie

ในหนัง พระเอกเป็นฝรั่งมาจากไหนไม่รู้ มาหาดินปืน (Black Powder) ในเมืองจีน ซึ่งเป็นที่ต้องการมากในสมัยนั้น แล้วก็มาเจอกับกำแพงเมืองจีนตั้งตระหง่าน แล้วก็โดนจับ แล้วพระเอกก็เก่ง มาช่วยในการป้องกันกำแพง (เล่าไปเล่ามา ดูพล็อตเรื่องมันคุ้นๆแฮะ)

รายละเอียดของเรื่อง The Great Wall เพิ่มเติมก็สามารถหาได้จากเว็บหนังอื่นๆทั่วไปนะครับ

The Great Wall Movie: รีวิว – แบบส่วนตัว ส่วนตัวจริงๆ

ในส่วนของรีวิว ขอแบ่งเป็นสามช่วงนะ แต่ละช่วง ก็มีความรู้สึกแตกต่างกันไป

รีวิว The Great Wall: ก่อนดู

ก่อนดูเราก็มาดู trailer ก่อนว่าจะดูเรื่องไหน ก็มาดู trailer ของ The Great Wall กัน


พอดู trailer เสร็จ ก็เออ น่าสนใจดีอ่ะ เป็นหนังจีนที่มีเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดด้วยแฮะ

รีวิว The Great Wall: ตอนที่ดู

พอได้เข้าไปดูในโรงหนังจริงๆ The Great Wall เป็นหนังที่มีภาพสวยมากเรื่องหนึ่งเลยล่ะ มีทั้งวิวกำแพงเมืองจีน วิวของภูเขาตันเซี๋ย (Danxiashan)

ภูเขาตันเซี๋ย (Danxiashan) ภาพจาก Gizmodo
The Great Wall – The Wall Opening Scene

นอกจากภาพวิวแล้ว เรายังเห็นถึงความสวยงามของกองทัพ (ไม่รู้ว่าของจริงในสมัยนั้นจะเป็นเหมือนในหนังรึเปล่านะ) แล้วก็เห็นถึงเทคโนโลยีในยุคก่อน อย่างกลไกในกำแพงมีการใช้น้ำในการหมุนกลไกใหญ่ๆด้วยนะ แล้วก็มีการใช้บอลลูนลมร้อนด้วย (ไปค้นๆดู เหมือนจะมีการคิดค้นกันในช่วงนั้นนะ ไปอ่านต่อ ที่นี่เลย)

The Great Wall - Hot Air Balloon Scene
The Great Wall – Hot Air Balloon Scene

มาถึงสัตว์ประหลาดในเรื่องครับ ชอบประหลาดนะ ทำได้สวยดีตามมาตรฐาน Hollywood นะ

 

รีวิว The Great Wall: หลังดู

พอดูจบแล้ว รู้สึก….

ง่วงครับ ต้องง่วงสิ ก็กว่าหนังจะจบก็ตีหนึ่งแล้ว..

อ่ะ อ่ะ กลับมาก่อน…. ก็หลังจากดูจบไปแล้ว ก็มาอ่าน Guru ของ Bangkokpost วิจารณ์ไว้ว่าไม่ชอบ เพราะพล็อตเรื่องแบบฝรั่งตะวันตกมาช่วยคนจีนชาวตะวันออก มันใช้มาหลายเรื่องแล้วน่ะสิ ก็ว่ากันไปครับ

 

ส่วนตัวผมเอง.. พล็อตเรื่อง…. อย่าไปพูดถึงมันเลย ดูสนุก ดูจบโดยไม่ง่วงก็พอแล้วป่ะ…

พล็อตเรื่องมันก็งั้นๆ นักแสดง ดี.. ตามมาตรฐานฮอลีวู้ด

 

นอกเรื่องนิด เห็น Major Cineplex บอกว่า คนแสดงเป็นฮ่องเต้ เป็นนักร้องวงอะไรซักอย่างนี่แหละ .. แต่เป็นตัวละครที่ผมไม่ชอบเลยอ่ะ ออกมานิดเดียวเองด้วย

 

อัพเดท: เมื่อวานครับ ได้ตั๋วหนังฟรี ใช้ true point ไปแลกมา 4 ใบ พร้อมน้ำ+ป็อบคอร์น… ลูกบอกอยากดู The Great Wall… พ่อ แม่ ก็… จัดให้สิครัส ….. ได้ดูหนัง 2 รอบเลย แต่รอบแรกเสียตังค์ T-T

 

รีวิว The Great Wall: สรุป

สำหรับหนังเรื่อง The Great Wall เป็นหนังที่ภาพสวยมากนะ ได้นักแสดงดังๆหลายคนมาแสดง ก็แสดงดีตามคุณภาพ (ถ้าแสดงไม่ดีสิ จะด่าให้) Production ดี สมฐานะ ส่วนอื่นก็โอเค ถ้าให้เป็นคะแนน ผมให้ 7/10 นะ

ถ้าใครได้ไปดูเรื่องนี้มา ดูแล้วรู้สึกยังไงกัน บอกกันบ้างนะครับ คอมเม้นต์ด้านล่างนี้ได้เลยนะครับ ^^

 

เพิ่มเติมนิดนึงครับ: ตอนแรกที่ Search หาข้อมูลของหนังเรื่องนี้ใน Google . พอพิมพ์ชื่อหนังไปเสร็จปุ๊บ Google ก็แสดงรอบฉายขึ้นมาให้เสร็จสรรพเลยครับ

Google แสดงรอบฉายหนังให้เสร็จเลย
Google แสดงรอบฉายหนังให้เสร็จเลย
Continue Reading

[บันทึกการทำเว็บ] การทำ WordPress Plugin ครั้งแรก ตอนที่ 1

ช่วงนี้กำลังง่วนอยู่กับการทำ WordPress Plugin อยู่เลย คือเอา Plugin ตัวเก่า Tweetily ที่เค้าไม่ทำต่อมานานแล้ว (ประมาณ 3 ปีเลยล่ะ) เอามาทำเอง แล้วเอามาใช้กับเว็บตัวเองด้วย ทีนี้ก็เลยเห็นว่าหลายอย่างในโค้ดของเค้าควรจะปรับปรุง ก็เลยขึ้นโปรเจ็คใหม่ Tweetapisek

ทีนี้ มันมีเรื่องโครงสร้างของ Plugin ที่มันยังดูแบบ… ไม่โอเคอ่ะ ก็เลยลองรื้อโครงสร้างใหม่ดู เอา Plugin ที่เค้าเขียนแบบโครงสร้างดีๆ เอามาเป็นต้นแบบ ก็เลยเลือกเอา Google Tag Manager for WordPress มาเป็นต้นแบบ

ทีนี้มันก็ไม่ง่ายแฮะ งงหลายเรื่องเลย อย่างตอนนี้เรื่องฟังก์ชั่น add_action/admin_menu มันต้องอยู่ตรงไหน ก็ยังไม่รู้ ก็เลยต้องทดลองกันเยอะเลย

มันแบบ… เมื่อคืนนี้เมนูก็ขึ้นแล้วนี่หว่า แต่ไหงเมนูหายไปไหน.. แก้ไปแก้มาเป็นชั่วโมงเลย

ตอนนี้จบก่อนดีกว่า แปะ reference เอาไว้ข้างล่างนี้นะครับ เผื่อใครอยากจะเอาไปทำบ้าง

https://codex.wordpress.org/Creating_Options_Pages

 

Update บันทึกทำเว็บ 1:

เมื่อกี้แก้ปัญหาได้แล้ว ปัญหาเกิดจากผมได้เอาฟังก์ชั่นต่างๆ พวก add_action/admin_menu ฯลฯ ไปใส่ไว้ในอีกไฟล์นึง แล้วให้ plugin initiation เรียก require_once อีกทีเพื่อเอามาใช้ ทีนี้ พอเราเอาฟังก์ชั่นไป register กับ wordpress …. คิดว่านะ… คิดว่า wrodpress ก็เรียกใช้ require_once น่ะแหละ แต่มันหาไฟล์ไม่เจอ เพราะมันเรียกใช้จากอีก path นึงซึ่งไม่ใช่ path ของ plugin ที่กำลังทำอยู่

ทีนี้ ก็เลยต้องกำหนด path เต็มรูปแบบ ให้ require_once หาไฟล์ของเราให้เจอ เท่านั้นแหละ จบปิ๊ง!

Continue Reading

เมื่อ Ubuntu เข้า Emergency mode

วันนี้เปิดคอมมาทำงาน อยู่ดีๆก็เข้าไม่ได้ Ubuntu ก็เข้า Emergency mode ซะงั้น

รูปหน้าจอที่ Ubuntu เข้า Emergency mode credit: http://askubuntu.com/questions/646414/welcome-to-emergency-mode-think-it-is-a-fsck-problem/

ตอนแรกก็ทำตามขั้นตอนในหน้าจอนะ เปิด log แล้ว restart ใหม่ ก็ไม่หาย เลยต้องหาวิธีแก้ซะแล้วล่ะ

ก็ไปเจอใน Ask Ubuntu เค้าก็โดนแบบนี้เหมือนกัน (เข้าไปที่นี่เลย “Welcome to emergency mode!” Think it is a fsck problem )

Best Answer ในนั้น ดูๆ ไป ก็ยากๆ เนอะ เลื่อนลงมาอีกนิดนึง ก็มีคนที่ลง Dual Boot Windows 10 + Ubuntu เหมือนกันกับผมเลย เป็นปัญหาที่ Partition NTFS ครับ ก็เลยลองใช้ คำสั่ง sudo ntfsfix /dev/sda3 ตามที่เค้าบอกมา แล้วก็หายครับ โชคดีที่เป็นปัญหาที่ Partition เดียวกัน ^^

Continue Reading

แวะดูร้าน One Piece Mugiwara Store Bangkok มาดูสินค้าจากการ์ตูนวันพีซกัน ^^ (ตอนที่ 2)

จากคราวที่แล้วพาไปดูเสื้อผ้าร้าน One Piece Mugiwara Store Bangkok กันไปแล้ว คราวนี้มาดูสินค้าอื่นกันนะครับ

ใกล้ชั้นแขวนเสื้อ ก็จะมีหุ่มที่ใส่ผ้าคลุมอยู่ครับ

มีหมวกช็อปเปอร์ด้วยล่ะ ^^

ที่อยู่ในชั้นข้างล่างก็จะเป็นหมวกแบบตุ๊กตา สวมหัวไว้อุ่นๆ น่ารักดีด้วย ^^

หมวกหมีขาวววววว…..

เดินแป๊บนึง เจอเพื่อนพอดี เลยได้ข้อมูลเพิ่มเติมนิดหน่อย

ตุ๊กตาช็อปเปอร์น่ารักๆนี่ แต่ราคาไม่น่ารักเท่าไหร่นะ

มีตัวธรรมดา ก็สองพันนิดๆแล้วล่ะ

ตัวนี้ เป็น Limited ช็อปเปอร์ใส่เสื้อลูฟี่ รู้สึกจะ 2,400 บาท นะ

อีกตัว ช็อปเปอร์ใส่เสื้อลอว์ ก็ราคาเท่าตัวที่ใส่เสื้อลูฟี่ล่ะ

เพื่อนพาดูโซนฟิกเกอร์ด้วย พอเห็นชั้นฟิกเกอร์ของนามิจาก One Piece Movie เท่านั้นล่ะ… ตัว Limited หมดแล้ว…. ที่ไปดูนี่วันเปิดนะ…..

ตัวที่เป็น Limited เป็นตัวที่ใส่ชุดสีทองครับ

เถิบมานิดนึง ก็เป็นตู้โชว์ฟิกเกอร์ครับ

แถวบนจะเป็นฟิกเกอร์ธรรมดา

ส่วนแถวล่างที่ใส่เสื้อสีดำกัน จะเป็นฟิกเกอร์ Limited จากหนังครับ น่าสะสมเหมือนกันนะ

ข้างๆ ก็เป็นชั้นวางกล่องฟิกเกอร์ครับ เลือกซื้อกันได้ตามใจชอบเลย น่าสะสมเยอะเลยนะเนี่ย

 

 

 

ชั้นวางฟิกเกอร์นี่ยาวมาถึงแถวหน้าร้านเลยครับ ไล่มาเรื่อยๆ มาเจอกล่องที่เป็นตัวต่อรถถัง เครื่องบิน เรือโกอิ้งแมรี่ด้วยอ่ะ เริ่มอยากได้แล้วสิ งึงึ งึงึ….

 

เสร็จจากฟิกเกอร์ ก็วนกลับมาดูของอย่างอื่นบ้าง

อันนี้หมวกลูฟี่…

อันนี้กระเป๋าสะพาย ก็สวยดีนะ

พวงกุญแจต่างๆ

เด็กกำลังเลือกของกันเต็มเลย

ตัวต่อรูปเรือ Going Merry อ่ะ

แก้วมัคในกล่อง…

แก้วสวยดีอ่ะ อยากได้

ที่ห้อยกระเป๋า ก็น่าเก็บนะ

แอบเห็นที่รองข้อมูลเวลาใช้เม้าส์รูปโซโลกับลูฟี่….

ตรงนี้เค้ามีป้ายประกาศจับตัวละครต่างของ One Piece ขายด้วยล่ะ ตอนที่ไปนี่หมดไปเยอะแล้วนะ

มุมหลังร้าน จะมีหนังสือการ์ตูนกับดีวีดีของ One Piece ขายด้วย แต่คราวนี้เก็บรูปมาแต่ ดีวีดีอ่ะ

วันเปิดร้าน วันที่ 9 กันยายน นี่ เค้าลดราคาหนังสือการ์ตูนตอนพิเศษจากหนังด้วยนะ จาก 200 บาท เหลือ แค่ 100 บาทเท่านั้นเองล่ะ

สุดท้ายแล้วครับ ตรงมุมหลังแคชเชียร์จะมีสินค้า Limited เฉพาะที่ Bangkok Store เท่านั้นครับ เป็นลาย One Piece ที่วาดพิเศษเฉพาะประเทศไทยครับ เช่นขี่ช้าง เล่นสงกรานต์  นั่งรถตุ๊กๆ

แต่แอบขัดใจอ่ะ เสื้อยืด ทำออกมาไม่ดีอ่ะ ไม่ชอบ

 

 

 

 

คราวนี้จบเท่านี้ก่อนนะครับ สำหรับร้าน Mugiwara Store Bangkok ที่พึ่งเปิดไปเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2559 ที่ผ่านมาครับ

เดี๋ยวอาจจะแวะไปดูอีกเรื่อยๆ น่าจะมีอะไรมาให้ดูอีกนะ ระหว่างนี้ก็ไปติดตามเพจของร้านได้เลยครับ ที่ https://www.facebook.com/OnepieceMugiwaraBangkok

Continue Reading

แวะดูร้าน One Piece Mugiwara Store Bangkok มาดูสินค้าจากการ์ตูนวันพีซกัน ^^ (ตอนที่ 1)

เมื่อวันศุกร์ที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา ตื่นเช้ามาก็มาทำงานปกติ ตอนบ่ายออกมาที่เกตเวย์เอกมัยเอาเอกสารมาให้แฟน ตอนแรกก็กะว่าจะมาแป๊บเดียว เดินๆมาเจอป้ายโฆษณาอยู่บนตึก ก็เออเดี๋ยวไปหาเพื่อนแป๊บนึง กะว่าจะไปทักทายนิดนึง เห็นมันถ่ายรูปลงเฟสว่ามาร้านนี้

ป้ายโฆษณาร้าน One Piece Mugiwara Store Bangkok

แต่พอไปถึง เห้ย! มันน่าเข้ามากอ่ะ!

ตอนแรกกะจะหาเพื่อนให้มันพาเข้าไปให้เพราะคนต่อแถวหน้าร้านเยอะมากอ่ะ แต่รอไม่ไหว เลยต้องไปต่อคิวกับเด็กๆเค้า ^^

บรรยากาศหน้าร้าน One Piece Mugiwara Bangkok เด็กต่อแถวกันเยอะเลย

แต่ก็รอคิวไม่นานนะครับ อีกแป๊บเดียวก็ได้เข้าไปในร้านแล้วล่ะ

พอเข้าร้านมาได้ก็เจอซุ้มตุ๊กตาช็อปเปอร์ก่อนเลย

ตุ๊กตาช็อปเปอร์อย่างเยอะเลย

เลยเข้ามาอีกหน่อย เจอป้าย Pre-order ครับ สงสัยจะมีบริการสั่งสินค้าจากต่างประเทศให้ด้วยล่ะ

สินค้า Pre-order เห็นมีถุงผ้าลายการ์ตูนวันพีซล่ะ

เลี้ยวมานิดนึงเจอโซนเสื้อผ้าลายการ์ตูนวันพีซด้วยล่ะ อยากได้หลายตัวเลยอ่ะ

เสื้อกับกระเป๋าที่เอามาขายในร้าน One Piece Mugiwara Bangkok จะเอามาจากสองประเทศครับ มีฮ่องกง กับประเทศไทย (ผลิตในไทยนั่นแหละ)

ตัวนี้มาจากฮ่องกงนะ ถ้าจำไม่ผิด ราคาตัวละ 1090 บาทนะ

มีกระเป๋าด้วยล่ะ
กระเป๋าเป้วันพีซ
มีหมวกด้วย

 

หมวกวันพีซสวยดีอ่ะ

คราวนี้มาดูฝั่งของไทยบ้าง

เสื้อลายป้ายประกาศจับ ประกาศตัวกันเลยว่าเป็นสาวก

 

 

เสื้อลายสัญลักษณ์เรือดำน้ำของ Law

 

ชอบเสื้อตัวนี้อ่ะ ลายน่ารักดี

 

เห้อ….. แค่ลงรูปเสื้อก็เยอะแล้วอ่ะ เดี๋ยวโพสต์หน้ามาต่อกับ Accessories อื่นๆ กับฟิกเกอร์นะครับ ^^

ระหว่างนี้ก็เข้าไปดูเฟสบุ๊คของร้านก่อนได้ที่ https://www.facebook.com/OnepieceMugiwaraBangkok

 

Continue Reading

Content กับ Context – เนื้อหากับบริบท

วันนี้ได้อ่านสเตตัสของหนูเนยอันนึง เค้าพูดถึง Content กับ Blogger/Influencer ว่าควรจะต้องเลือก  Blogger ที่เหมาะสมกับ Content ด้วย เพราะ Blogger คือ Context ..

เลยสงสัย ว่าไอ้ Context นี่มันคืออะไร

เพราะสงสัย จึงไปหา

Context meaning

ทีนี้ ด้วยความรู้อันน้อยนิด ก็เลยถาม “ทำไม Blogger ถึงเป็น Context?” ได้ความว่า เพราะ Context มันติดตัวเราไป อย่างเวลานึกถึง Beauty Blogger ก็จะนึกถึงเนื้อหาที่เป็นการแต่งหน้า เครื่องสำอางค์ หรือพวก IT Blogger ก็จะคาดหวังเนื้อหาที่เป็น มือถือ gadget อะไรพวกนี้

………

งง

งง จริงๆครับ…. เดี๋ยวขอเล่าความเข้าใจดั่งเดิม ที่ได้ไปฟังคนที่มีความรู้มากกว่าผมหลายๆท่านก่อนนะครับ

พี่แก่ Nuttaputch เคยพูดในงาน Green eCommerce ไว้เกี่ยวกับ Content Marketing 101 ว่า Content มันคือทุกอย่าง ตั้งแต่ รูป คู่มือ บทความ เพลง วิดีโอ แผ่นโฆษณา แต่ทีนี้ การสร้าง Content ควรจะต้องสร้างเนื้อหาที่กลุ่มเป้าหมายของเราต้องการ

หรือเวลาไปฟังสัมมนาการตลาด ก็จะเน้นกันเหลือเกินว่าจะต้องยึดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นศูนย์กลาง เป็นตัวตั้งต้น เวลาจะทำการตลาดอะไร ให้นึกถึงกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก

หรือ เร็วๆนี้เอง ได้ดูวิดีโอที่พี่ด้วง ดวงฤทธิ์ บุนนาค ได้พูดเอาไว้ในงานของบุญถาวร เนื้อหาในนั้น แกพูดเกี่ยวกับการออกแบบโดยที่เรายัง embrace context หรือ embrace บริบท

แล้วอย่างที่หนูเนยบอก มันเหมือนกันกับ Branding, Personal Branding ที่พูดกันบ่อยๆอ่ะครับ

ก้อ…. เลยคิดว่า Context ที่เวลาเราจะออกแบบ Content ขึ้นมา Context ที่เป็นตัวกำหนดแนวทางของ Content นั้น ก็ควรจะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เราจะสื่อสารด้วยตะหาก… ส่วน Blogger/Influencer ก็เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาที่เราออกแบบ

Context ในตัวบุคคล

แต่…. ยัง ยังไม่จบนะครับ ในแนวคิดของหนูเนยเค้า ก็ถูกต้องเหมือนกัน เพราะในตัวบุคคลก็มีบริบทอยู่เหมือนกัน  อย่างเช่น ถ้านึกถึงหนูเนย เมื่อก่อนจะนึกถึง windows phone, droidsans มาตอนนี้นึกถึง pokemon go, บิงซู, อาจารย์สอนเขียนแอนดรอยด์

เป็นเพราะบริบทของตัวบุคคลเปลี่ยน ด้วยประสบการณ์ที่บุคคลนั้นๆได้รับ เวลาผ่านไป เค้าอาจจะได้ฝึกฝนอะไรบางอย่าง เช่น ถ่ายรูป เขียนโปรแกรม ทำอาหาร ถ่ายวิดีโอ แต่งหน้า … อย่างที่หนูเนยได้ทำในช่วงที่ผ่านมานี้ครับ มันทำให้เรามีลักษณะเฉพาะของตัวเราเองครับ เวลาคนอื่นนึกถึงตัวเรา ก็จะนึกถึงสิ่งที่เราได้เคยทำมา

อันนี้ สามารถเรียกได้ว่าเป็น Personal Branding อย่างถ้านึกถึงคุณตัน ก็จะนึกถึงชาเขียวอิชิตัน ถ้านึกถึงพี่ป้อมภาวุธ ก็จะนึกถึง tarad.com นึกถึง ecommerce (หรือถ้ารุ่นเก่าๆหน่อย ต้อง thaisecondhand.com เลยครับ ^^)

Context ในตัวบุคคล กับ Content ที่เรากำลังออกแบบ

ทีนี้ Context ในตัวบุคคลมีส่วนสำคัญกับ Content มั้ย?? ต้องตอบว่ามีครับ

แต่ให้เรานึกถึง กลุ่มเป้าหมายที่เราจะส่ง Content ไปถึงก่อน ว่ากลุ่มคนเหล่านั้น มี Context อะไรบ้าง ชอบอะไร อายุเท่าไหร่ แต่งตัวยังไง ชอบไปที่ไหน ใช้มือถืออะไร มี mobile device กี่เครื่อง

ทีนี้ ก็มาดู Blogger/Influencer ที่เรากำลังพิจารณา ว่าเค้าเหล่านั้น มี Context ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของเรารึเปล่า มีความน่าเชื่อถือในหัวข้อ Content ที่เราจะออกแบบมั้ย มีสไตล์ในการนำเสนอเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของเรารึเปล่า

Content = Product

คุยกันได้พอสมควร ก็กลับมานั่งคิดของตัวเอง (พอคิดเสร็จก็คิดว่าจะต้องเอามาเขียนลงบล็อกนี่แหละ ^^)
คิดไปก็วาดรูปได้แบบนี้

 

Content as a Product
ไอเดียของผมคือ ถ้าเรานึกถึง Blogger หรือคอลัมนิสต์ซักคน สินค้าของเค้าก็ Content ที่เค้าสร้างนั่นเอง คนเขียนหรือ Blogger/Influencer ก็คือคนออกแบบ Product นั้นๆ ความคิดของเค้า สไตล์การเขียนการนำเสนอ ก็คือ Material หรือวัตถุดิบในการสร้างสินค้าตัวนั้นๆ
เหมือนกับเวลาเราจะทำโต๊ะซักตัว เราอาจจะเอาไม้มาทำโต๊ะก็ได้ ซึ่งไม้ก็มีบริบทอย่างนึง ถ้าโต๊ะตัวนั้น เราเอาสีไปทาทับลายไม้ ก็เหมือนเราบังคับให้คนเขียน เขียนตามที่เราบอก แต่ถ้าเราปล่อยให้ไม้เหล่านั้นได้แสดงลายของมัน ได้แสดงเนื้อแท้ของไม้เอง เราก็จะได้โต๊ะที่สวยในแบบที่ไม่ทำลายบริบทของไม้เลย (ตอนเขียนนี่คิดมาได้ แล้วถ้าเราทำสีเสี้ยนล่ะ จะเป็นยังไง??)
หรือเราอาจจะเลือกวัสดุแบบอื่นมาทำโต๊ะก็ได้ เช่น เหล็ก สเตนเลส พลาสติก ซึ่งวัสดุเหล่านี้ก็มีบริบทที่ต่างกันไป เหมาะกับกลุ่มคนที่หลากหลายกันไป ในสไตล์ที่ต่างกัน
เขียนโพสต์นี้ไป ก็นึกถึงโต๊ะของพี่ด้วง ดวงฤทธิ์ บุนนาค ที่เอาไม้ Recycle มาใช้ แกบอกว่า แก embrace บริบท
ไม้ recycle มีบริบทเป็นยังไง แกก็ออกแบบโต๊ะบนบริบทนั้นๆ
———————–
ก็เท่านี้แหละครับ ความคิดก็จบตรงนี้ แต่ก็สามารถคิดต่อได้เรื่อยๆ  เดี๋ยวถ้ามีความคิดอะไรน่าสนใจ ก็จะเอามาเขียนอีกนะครับ ^^
มีความเห็นยังไง คุยกันนะครับ
Continue Reading

ฟังดร.เล่า: น้ำท่วมเมืองไทย 6 – หรือนี่เป็นจุดกำเนิดของคำว่า “น้ำรอการระบาย”

สวัสดีครับ วันนี้มีเรื่องจากดร.มาเล่าฟังอีกแล้ว ช่วงนี้ก็เข้าหน้าฝนของปีอีกแล้ว พอฝนตกหนักน้ำก็เลยท่วม พอดีที่ผู้ว่าฯกทมเค้าขอให้ใช้คำว่า “น้ำรอการระบาย” แล้วก็มีหลายๆคนเอาไปเล่นกันสนุกใหญ่เลย

เมื่อวานก็คุยกันเล่นๆกับดร. ก็เลยไปถึงไอ้คำว่า “น้ำรอการระบาย” ของผู้ว่าฯ นี่แหละ อยู่ดีๆดร.ก็พูดขึ้นมาว่า “พ่อนี่แหละ เป็นคนเริ่มคำว่า ‘น้ำรอการระบาย’

ไอ้เราก็ ห้ะ! ใช่หรอป๊า? ทีนี้ดร.ก็เลยเล่าให้ฟัง

คือเมื่อก่อน ตอนที่ดร.เคยรับราชการอยู่ที่กรมทรัพย์ฯ เคยเขียนบทความให้กทม. เกี่ยวกับน้ำท่วมในกรุงเทพเนี่ยแหละ

ดร.ยกตัวอย่าง ถ.วิภาวดี ในสมัยก่อนนั้น ถ.วิภาวดียังไม่ใหญ่เท่านี้ (จำไม่ได้แล้วว่ามีข้างละกี่เลน เดี๋ยวไปถามมาใหม่) แล้วข้างถนนสองข้างก็จะมีคู เอาไว้ระบายน้ำจากถนน คูมันก็กว้าง แบบกว้าง 3-4 เมตร แล้วก็ลึก เมตรกว่าเลยล่ะ แต่พอเมืองขยาย เค้าก็ขยายถนน แล้วก็เอาดินไปถมคูที่อยู่ข้างๆถนน แล้วเดินเป็นท่อระบายน้ำแทน ไอ้ท่อระบายน้ำที่เอาแทนเนี่ย มันเหลือความยาวเส้นผ่านศูนย์กลางแค่ 1 เมตรแค่นั้นเอง ทีนี้ พอฝนตกมาบนถนน น้ำที่เคยมีคูระบายน้ำขนาดใหญ่ไว้รอรับ มันก็ไม่มีที่ไป มันก็เลยอยู่บนถนน เพื่อ “รอการระบาย” นี่แหละ

นั่นแหละครับ ดร.บอกว่าไอ้ “น้ำรอการระบาย” เนี่ย มันเกิดจากท่อระบายน้ำมันเล็กเกินไป มันระบายไม่ทัน มันเลยรอการระบายก่อน … สงสัยผู้ว่าฯคงได้ไปอ่านบทความที่ดร.เขียนเอาไว้ให้มั้งครับ ^^

จบก่อนนะ เดี๋ยวเขียนเรื่องเสาเข็มกับน้ำในกรุงเทพให้อ่านอีกทีนะครับ

Ps: เขียนแบบเร็วๆก่อนนะครับ เดี๋ยวหารูปมาใส่อีกที

Continue Reading

ดราม่า ensogo ถ้าเป็นคุณบ้าง จะทำยังไง?

วันนี้ขอเขียนเรื่องเกาะกระแสดราม่าในสังคมแบบด่วนๆนิดนึงครับ จากกรณีที่ ensogo ได้ปิดตัวแบบฟ้าผ่าไปเมื่อวาน (21 มิ.ย. 59) ซึ่งผมโพสต์นี้ผมเขียนในมุมมองคนทำธุรกิจคนนึง

ตั้งแต่เมื่อวานที่ ensogo ปิดกิจการไป แล้วมีลูกค้าบางส่วนได้รับผลกระทบ เพราะได้ซื้อดีลเอาไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ใช้ จนมีคนไปถามบนพันทิปด้วย

วันนี้เล่นทวิตเตอร์อยู่ ก็เห็นเพื่อนๆแชร์ reaction จากหลายๆแบรนด์มาบ้าง อย่างโรงแรมโนโวเทล ฮาร์ดร็อคคาเฟ่ ที่ปฏิเสธการรับคูปองจาก ensogo  ซึ่งก็เข้าใจเค้านะ ก็ทางโรงแรมไม่สามารถเรียกเก็บเงินกับ ensogo ได้ แล้วจะให้บริการได้ยังไงล่ะ

 

 

แต่ถ้าเรามองอีกมุม มุมของผู้บริโภค ที่เค้าเสียเงินซื้อดีลไปแล้ว ก็จะออกมาอีกแบบ เป็นการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ของผู้บริโภคกันไป อย่างโรงแรมเซ็นทาราสเตชั่น หรือ ร้านไมเซ็น

 

ผมเลยอยากถามบ้าง ว่าถ้าเป็นธุรกิจของเราบ้าง เราจะทำยังไงดี?
เราจะปัดลูกค้าก่อนมั้ย “ก็ผลประโยชน์ขององค์กรต้องมาก่อนสิ เดี๋ยวให้ไปสรรพากรก็มาเล่นหรอก”
หรือ เราจะช่วยเหลือผู้บริโภคที่เค้าจ่ายเงินมาแล้ว เดี๋ยวก็ตามไล่บี้กับ ensogo อีกที ดีมั้ย

ถ้าเป็นเราบ้าง จะทำยังไงดี?

Continue Reading

วิธีการกู้แอคเค้าน์เฟสบุ๊ค 1 : ด้วย SMS

ปกติผมจะมีพวกพี่ๆ ที่ออฟฟิศมาขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องมือถือ หรือคอมพิวเตอร์อยู่เรื่อยๆ เพราะที่ออฟฟิศจะมีผู้สูงวัย (สว.) อยู่เป็นจำนวนมาก แล้ววันนี้ก็ได้มีโอกาสกู้แอคเค้าน์เฟสบุ๊คอีกรอบ ทีนี้ขอถือโอกาสถ่ายรูปมาเขียนบล็อกซะเลย จะได้เอาไว้อ้างอิงคราวหน้า อิอิ (แต่ผ่านการเซ็นเซอร์จาก กบว. แล้วนะ ^^ )

วันนี้โชคดีของพี่เค้าที่เค้าเพิ่มเบอร์ไปในแอคเค้าน์เฟสบุ๊คด้วย เลยใช้ SMS ในการเปลี่ยนพาสเวิร์ดเท่านั้นเอง

เริ่มเลยละกัน วันนี้คุณพี่มาหาบอก “คุณไก๋…. พี่ทำอะไรก็ไม่รู้ กำลังจะกดแชร์โพสต์จาก ELVIRA แล้วมันมาหน้าจอนี้ ทำอะไรไม่ได้เลย”

บอกนิดนึง ที่ออฟฟิศจะเรียกผม “คุณไก๋” กันทั้งนั้น ไม่ใช่ผมให้เค้าเรียกนะ แต่เค้าเรียกกันเอง….   อ่ะ มาดูหน้าจอบนมือถือของพี่เค้ากัน

กดไปกดมา จน logout จาก facebook ซะงั้น.. จะพาสเวิร์ดไม่ได้ด้วย

จากที่เห็นในรูปนะครับ คือพี่เค้ากดไปกดมาจนกด logout จากเฟสบุ๊คซะงั้น แล้วคุณพี่ก็จำพาสเวิร์ดไม่ได้ด้วย อีเมล์ก็จำไม่ได้… ความซวยก็บังเกิดสิครับ ถ้าจำอะไรไม่ได้เลย อาจจะต้องถึงขนาดหาคนที่เป็นเพื่อนเราบนเฟสบุ๊คมาช่วยยืนยันนะเนี่ย -_-

พักแพร็พนึง เดี๋ยวกลับมาทำให้
.
.
.
.

กลับมาแล้ว ขั้นแรกเลย กด Forget Password หรือที่เห็นในรูปเป็นลิ้งก์ “ลืมรหัสผ่านใช่หรือไม่” แล้วเฟสบุ๊คจะเข้าเว็บดังรูปข้างล่างครับ

กดเข้ามาหน้าเว็บ Forget Password ของ Facebook

พอกดเข้ามาแล้ว เฟสบุ๊คจะถามข้อมูลเบื้องต้น อาจจะใช้อีเมล์ เบอร์โทรศัพท์ หรือ ชื่อ-นามสกุล ที่เราตั้งบนเฟสบุ๊คเอาไว้น่ะ (ใครจะใช้ “ใจเธอมีเขา ใจเรามีเธอ” ก็ได้นะไม่ว่ากัน ^^ )

อ่ะ ทีนี้ อีเมล์จำไม่ได้ เบอร์… ไม่แน่ใจ “พี่ๆ เป็นเฟรนด์ พี่อ้– ใช่ป่ะ ขอดูหน่อย เค้าใช้ชื่ออะไร”
พอได้มาแล้ว ก็ใส่เข้าไปในช่องข้อความครับ

ใส่ชื่อที่ใช้บนเฟสบุ๊ค แล้วกด Search

พอใส่ชื่อแล้ว ก็กดปุ่ม “ค้นหา” เลยครับ เฟสบุ๊คมันจะค้นเอาแอคเค้าน์ที่ใช้ชื่อนี้มาให้ตามรูปด้านล่างเลยนะ

Facebook ค้นหาชื่อที่เราใส่เข้าไป

อ่ะ พอเฟสบุ๊คค้นออกมาแล้ว เออ… มีสองแอคแฮะ -_- นี่แสดงว่าเค้าลืมพาสเวิร์ดมาแล้วทีนึง เลยสร้างแอคเค้าน์ใหม่มาแล้วครั้งนึง

ทีนี้ก็ ดูอันที่เค้าใช้ล่าสุดครับ.. ดูยังไง คิดๆ..
.
.
.
.
.
.

ก็ใช้แอคที่รูปโปรไฟล์เหมือนกับรูปแรกที่อยู่ข้างบนอ่ะ กดเข้าไปเลยครับ

จากรูปข้างบนนี้ จะเห็นว่า แอคเค้าน์นี้ ได้ใส่เบอร์มือถือเอาไว้แล้ว รอดครับ พอเรากดปุ่ม “ดำเนินการต่อ” เฟสบุ๊คจะส่งรหัสเพื่อตั้งรหัสผ่านใหม่ผ่านทาง SMS ไปที่เบอร์มือถือที่เราใส่ไว้กับเฟสบุ๊คครับ

กดเลยครับ ทีนี้รอ SMS ครับ

Facebook กำลังส่ง SMS มาหา รอๆๆ

รอหน่อยนะครับ ประมาณ 3 นาที ถ้าไปเร่งมัน เฟสบุ๊คมันจะบอกเองนะ “เห้ย รอหน่อยสิ ประมาณ 3 นาทีนะ!”

เมื่อได้รหัสมาทาง SMS แล้วรออะไร กรอกสิครัส

ได้ SMS มาแล้ว กรอกรหัสใส่ในหน้าเว็บเลยครับ

พอกรอกรหัสเสร็จแล้ว กดปุ่ม “ดำเนินการต่อ” ได้เลยครับ หน้าต่อไป เฟสบุ๊คให้เราตั้งพาสเวิร์ดใหม่สำหรับแอคเค้าน์นี้แล้วล่ะ ก็ตั้งพาสเวิร์ดใหม่ซะ แล้วก็จำด้วยล่ะ อย่าลืม

ตั้งพาสเวิร์ดเฟสบุ๊คใหม่ได้แล้ว เย้!

พอตั้งพาสเวิร์ดใหม่เสร็จแล้ว เฟสบุ๊คจะถามว่า จะให้ล็อคเอาท์ออกจากคอมฯ หรือมือถือตัวอื่นรึเปล่า?

ตั้ง password เสร็จแล้ว จะให้เครื่องอื่น logout ไปเลยมั้ยล่ะ

เลือกให้เสร็จ แล้วกดปุ่ม “ดำเนินการต่อ” ได้เลยครับ

เสร็จละ ทีนี้ก็ใช้เฟสบุ๊คด้วยพาสเวิร์ดใหม่ได้เลยครับ

ใช้ Facebook ได้แล้วล่ะ

แต่! โปรดสังเกต ตอนนี้เรายังใช้เฟสบุ๊คผ่านเว็บอยู่นะครับ ถ้าจะใช้ผ่านแอพละก็….. กลับไปรูปแรกเลยค่ะ! เอ้ย! ครับ ^^

กลับมาใช้เฟสบุ๊คบนแอพได้แล้วนะ ใช้ password ใหม่ด้วยล่ะ

ทีนี้ ก็อย่าลืมพาสเวิร์ดที่ตั้งใหม่กันนะครับ เดี๋ยวจะต้องวุ่นวายมากู้แอคเค้าน์กันอีก

คราวนี้ ก็… กู้เฟสบุ๊คให้แล้วนะครับ ง่ายๆ ด้วย SMS ที่เฟสบุ๊คส่งมาที่เบอร์มือถือที่เราใส่ไว้กับเฟสบุ๊คนะครับ
แต่คราวหน้า ถ้าเจอเคสหนักกว่านี้ จะมาเขียนตอนต่อไปนะครับ คราวหน้า เรื่องยาวกว่านี้อีก…..

Continue Reading
1 2 3 5